คำอธิบาย : เรื่องสั้นตอนเดียวจบจากคอนเซ็ปต์ The Beginning, New Days ซึ่งเป็นชื่ออัลบั้มใหม่ของ ชินฮเยซอง เรื่องนี้แต่งเพื่อร่วมกิจกรรมในเว็ป shinhwathailand
--------------------------------------------------------------------------------------------
The Beginning, New Days : The light of my heart
by narujung
ทั้งๆ ที่ท้องฟ้ายังสดใส แต่ทำไม.. หัวใจของผมกลับมืดมน...
พี่คะ ฉันขอโทษ เธอร้องไห้ เศร้าโศก แต่ผมกลับยืนนิ่งมองเธอ.. ผู้หญิงที่ผมรัก.. ถึงแม้จะมีน้ำตาร่วงรินจากดวงตาคู่สวยมากขนาดนั้น แต่ผมกลับไม่แม้กระทั่งจะยกมือขึ้น ไขว่คว้าเธอเข้ามาปลอบโยน
ผมยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเธอเอ่ยว่า
'ลาก่อนค่ะพี่'
ไม่มีแม้กระทั่งน้ำตาสักหยด เพราะน้ำตาทั้งหมดของผมในตอนนี้ กำลังหลั่งรดลงบนหัวใจอันแหลกสลายของผม
ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านมากมาย ผมมองผ่านผู้คนเหล่านั้นเพื่อสอดส่ายสายตาหาใครคนหนึ่งที่เมื่อครู่นี้ผมสัญญากับเธอว่าจะต้องมารับเธอไปทานอาหารเย็นด้วยกันให้ได้ ผมรู้ว่าเธอโกรธผม แต่ผมเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน เวลาที่ผมมีให้เธอนั้นช่างน้อยเหลือเกิน น้อยจนกระทั่งผมมักจะผิดสัญญากับเธอบ่อยๆ
เอาล่ะ ผมผิด ผมรู้ดี
หลายๆ สายตาจับจ้องมองผมอยู่ รู้สึกอึดอัดนิดหน่อย แต่ลึกๆ ความรู้สึกของผมมันคงเข้าขั้นชินชาไปแล้ว การเป็นจุดสนใจของผู้คนไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับผม ก็แน่ล่ะ ผมต้องเผชิญหน้ากับมันมาเกือบสิบปีเข้าไปแล้วนี่นา
"พี่ฮเยซอง" เสียงหวานๆ เสียงหนึ่งเรียกผม พร้อมกับที่ร่างบางในชุดเดรสพริ้ว กระโปรงยาวคลุมเข่าสีเขียวอ่อน สาวเท้ายาวๆเข้ามาหาผม "พี่มาจริงๆ ด้วย"
"ขอโทษนะ" ผมรู้สึกผิดจริงๆ ที่ทำให้เธอเสียใจกับการผิดนัดครั้งล่าสุดของผมเมื่อคืนวานนี้ ผมเองก็พยายามเต็มที่ที่จะไปให้ทันนัด แต่งานของผมก็ทำให้ผมผิดนัดจนได้
ใช่แล้วครับ ผม ชินฮเยซอง ปัจจุบันเป็นนักร้องอาชีพครับ
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเข้าใจ"
เธอพูดแบบนี้เสมอ รวมถึงครั้งนี้ด้วย ผมยิ้มให้เธออย่างขอบคุณ.. การคบกับเธอที่เป็นนักแสดงนั้นทำให้ผมรู้สึกปลอดโปร่งในการอธิบายอะไรหลายสิ่งหลายอย่าง เธอสามารถเข้าใจอะไรได้รวดเร็วเสมอ
"เราจะไปไหนกันดี" ผมถามเธอ
"กินข้าวสิคะ ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว" เธอย่นจมูกพลางวางมือตัวเองลงบนหน้าท้องแบนเรียบนั้น "วันนี้ฉันยังไม่ได้กินอะไรเลยค่ะ"
ผมขมวดคิ้ว ไม่ชอบเลยเวลาที่รู้ว่าเธอต้องทรมานตัวเองแบบนี้เพื่อให้ตัวเองดูผอมเพรียวเสมอ
"พี่มีอา พี่มีอา" เสียงหนึ่งเรียกเธอไว้
"มีอะไรจ๊ะ โซรี"
คนที่วิ่งมาหามีอานั้นเป็นผู้หญิงร่างเล็กบางคนหนึ่ง ไม่มีอะไรเลยที่ดูสะดุดตานอกจากท่าทางซนๆในชุดทะมัดทะแมง ผมมองผู้หญิงสองคนที่ช่างแตกต่างกันเหลือเกินนั้นอย่างไม่ได้คิดอะไรมาก สักพัก มีอาก็หันมาทางผมแล้วบอกว่า
"แป๊บนึงนะคะพี่ ฉันขอไปคุยกับผู้กำกับนิดนึง"
ผมพยักหน้า
มีอารีบก้าวยาวๆไปอย่างเร่งรีบ แต่น่าแปลกที่เด็กสาวคนนั้นยังคงอยู่ที่เดิม แถมยังหันมามองผมอีกต่างหาก ผมขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าสายตานั้นไม่ค่อยเป็นมิตรเอาเสียเลย
"คุณน่ะเหรอ ชินฮเยซอง นักร้องชื่อดังที่เป็นแฟนของพี่มีอา"
ผมมองท่าทางหาเรื่องนั้นอย่างไม่เข้าใจ แต่เพราะไม่อยากมีเรื่องก็เลยตอบอย่างสุภาพว่า
"ใช่ครับ"
เด็กสาวที่มีอาเรียกว่า โซรี จ้องมองผมอีกสักพัก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงไม่น่าฟัง
"ฉันไม่เห็นเข้าใจเลย ว่าทำไมใครๆ ถึงได้ชอบคุณหัวปักหัวปำถึงขนาดนั้น"
พูดจบก็เดินจากไป ทิ้งให้ผมพิศวงงงงวยระคนเคืองๆ กับคำพูดนั้นอยู่เพียงลำพัง
เสียงหัวเราะดังก้องห้องพักนักแสดง วันนี้ผมมาถ่ายทำรายการเกมส์โชว์รายการหนึ่ง และได้พบกับจอนจิน เพื่อนสนิทของผม ผมเลยเล่าเหตุการณ์นั้นให้เขาฟัง เลยกลายเป็นว่าจอนจินนั่งหัวเราะท้องขัดท้องแข็งเพราะรู้สึกสมน้ำหน้าผม
"นายจะหัวเราะไปถึงไหน" ผมชักโมโหแล้วนะ
"ก็ แหม.. มันน่าขำนี่นา" จอนจินระงับเสียงหัวเราะจนได้ แต่กระนั้นผมก็ยังได้ยินเสียงกลั้วหัวเราะหน่อยๆของเขาอยู่ดี "เธอคงไม่ชอบขี้หน้านายเอามากๆเลยนะ"
"ไม่รู้ ก็ฉันไม่รู้จักเด็กคนนั้นนี่"
"ไม่แน่นะ อีกไม่นานนี้ นายอาจจะได้รู้จักกับเธอมากขึ้นก็ได้" จอนจินแหย่
"บ้าน่า!"
ถึงจะปฏิเสธใส่จอนจินไปแบบนั้น แต่ในที่สุด ผมก็ได้เจอกับเธอคนนั้นอีกจริงๆ ในสภาพที่ไม่น่าดูเอาเสียเลยด้วย
วันนั้นผมไปส่งมีอาที่กองถ่าย ฝนโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าหนักพอควรทีเดียว ทำให้อากาศที่เย็นอยู่แล้วยิ่งหนาวมากขึ้นไปอีก ผมขับรถไปเรื่อยๆจนถึงสี่แยกหนึ่ง..
ใครคนหนึ่งสะดุดตาผม.. ร่างเล็กๆ หนาวสั่นนั้นพยายามอย่างยิ่งที่จะใช้ลังกระดาษคลุมหัวตัวเองเอาไว้ ส่วนในมือก็มีถุงหูหิ้วพะรุงพะรังที่ตอนนี้ของทุกอย่างเปียกหมดแล้วอย่างช่วยไม่ได้
ผมควรจะขับผ่านไป.. แต่ อะไรบางอย่างทำให้ผมจอดเทียบตรงหน้าเธอพลางเปิดประตูตรงข้ามและตะโกนให้เธอเข้ามาในรถ
แน่ล่ะ เธอปฏิเสธไม่ได้ แต่เธอก็มีอาการกัดเม้มริมฝีปากนิดหน่อยพอเป็นพิธีให้รู้ว่าไม่ได้เต็มใจ
ผมนึกขำอยู่ในใจโดยไม่หัวเราะออกมาให้เธอเห็น
เราเงียบกันไปสักพัก ผมอ้อมรถเพื่อกลับไปส่งโซรีที่กองถ่าย อดไม่ได้ที่จะถามไถ่
"ทำไมคุณถึงไปยืนตากฝนอยู่ตรงนั้น" พร้อมกับคำพูดที่หลุดออกไป ผมค้นพบด้วยความประหลาดใจว่าผมไม่ชอบการที่รู้ว่าเธออาจจะต้องเป็นไข้หวัดเพราะการตากฝนและอากาศอันหนาวเย็นนี้เลย
"ฉัน.. ไปซื้อของให้พี่ที่กองถ่าย"
"งั้นหรือ แต่ของพวกนั้นมันคงใช้ไม่ได้แล้วล่ะ"
ผมเห็นโซรีมีสีหน้าหนักใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นอาการตัดใจและส่ายหัว
"ช่างมันเถอะค่ะ มันก็ไม่ได้สำคัญอะไร"
ผมนิ่งคิดพลางเหลือบมองที่นาฬิกาข้อมือ วันนี้ผมมีเวลาทั้งวัน มันคงไม่เป็นไรถ้าหากจะช่วยเด็กคนหนึ่งไม่ให้ถูกตำหนิ ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงอยากช่วยเธอ.. ผมรู้แต่ว่า ผมอยากจะรู้จักเธอ.. มากกว่านี้อีกนิด
ไม่มีความพิเศษอะไรมากกว่านั้น จริงๆ
ผมเลี้ยวรถไปอีกทางโดยไม่สนใจเสียงโวยวายของอีกฝ่าย ผมเพียงแค่บอกกล่าวเรียบๆ ว่า
"ผมจะพาไปซื้อของใหม่"
"คุณจะทำแบบนั้นทำไม ฉันไม่ต้องการ พาฉันกลับไปส่งเดี๋ยวนี้นะ"
แน่นอนว่าผมไม่ได้คิดผิดเลยว่าจะต้องพบกับประโยคประเภทนี้ ดังนั้น ผมจึงทำเป็นหูทวนลมไปตลอดทางจนกระทั่งมาถึงซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
ผมหันไปมองเธอเมื่อจอดรถเสร็จ และพบว่าเธอเองก็มองผมอยู่ด้วยสายตาระแวงและไม่เข้าใจ
"ลงไปซื้อของสิ ผมจะรออยู่ที่นี่" ผมเอี้ยวตัวไปด้านหลังควานหาร่มเพื่อจะส่งมันให้เธอ "เอานี่ไปด้วย ผมไม่อยากให้คุณเปียกอีก"
เธอรับไป ก่อนจะลงจากรถไปเงียบๆ
"เราเลิกกันเถอะค่ะ"
คำพูดนั้นหลุดออกมาจากปากของมีอาในเที่ยงวันหนึ่ง คำพูดนั้นผ่านเข้าโสตประสาทของผมอย่างช้าๆ ผมเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสายตาอันเต็มไปด้วยคำถาม
"คุณกำลังล้อผมเล่นหรือ" ผมยิ้มนิดหนึ่ง
"เปล่าค่ะ" มีอายิ้มเหมือนกัน แต่เป็นรอยยิ้มที่เศร้ากว่าผม "ฉันพูดจริงๆ และฉันคิดว่าฉันดูพี่ไม่ผิด"
ดูไม่ผิด??
"พี่ไม่ได้รักฉัน"
ผมอึ้งไปกับประโยคนั้น... รักหรือ.. ผมไม่เข้าใจคำๆ นี้มาตั้งแต่วันนั้น วันที่หัวใจผมเหมือนถูกอะไรบางอย่างฉีกทึ้งจนไม่เหลือชิ้นดี แต่กับมีอา ผมคบกับเธอเพราะผมชอบเธอ ผมไม่รู้ว่ามันเป็นความรักหรือเปล่า แต่ว่า.. มีอาเป็นคนที่เข้าใจผมดีที่สุด ทำให้ผมรู้สึกสบายใจยามที่ได้พบเธอเพราะเธอไม่เคยจุกจิกกับผมเรื่องเวลาที่ผมมีให้เธอน้อยนิดเหลือเกิน
ถึงจะมีบางเวลาที่ฉุนเฉียวบ้างก็เถอะ แต่นั่นก็น้อยยิ่งกว่าน้อย
"ทำไมถึงพูดแบบนั้น" ผมฝืนหัวเราะ "ผมไม่มีใครอื่นนอกจากคุณเลยนะ"
"ฉันรู้ค่ะ ฉันไม่ได้ว่าพี่นอกใจฉันหรอก" มีอายังคงยิ้ม.. แต่จากความเศร้า มันเปลี่ยนเป็นความเข้มแข็ง "แต่ฉันคิดว่าหัวใจของพี่ไม่ได้อยู่กับฉัน.. ฉันไม่แน่ใจว่ามันอยู่กับคนอื่น หรือว่ามันไม่มีตั้งแต่แรกแล้ว.."
เสียงของมีอาขาดหาย ดวงตาเธอแดงเรื่อพร้อมกับมีหยาดน้ำมาคลอคลอง ทว่าเธอก็ควบคุมไม่ให้มันไหลลงมา
"ฉันคิดเรื่องนี้มานานแล้วค่ะ"
"แต่ผมชอบคุณนะ" ผมท้วง
"เคยสักครั้งไหมคะ ที่พี่มองฉัน.. และรู้สึกอยากจะกอดฉัน มีอามองลึกเข้ามาในดวงตาของผม เคยไหมคะ ที่พี่มอง.. และอยากจะจูบที่ริมฝีปากของฉัน"
ผมนิ่งอึ้ง จะตอบได้อย่างไรว่าผมไม่เคยมีความคิดนั้นอยู่ในหัวเลย
มีอาลุกยืนขึ้น
"นั่นคือคำตอบค่ะ ลาก่อนนะคะ พี่ฮเยซอง"
เธอหันหลัง และจากไป.. จากด้านหลัง ผมเห็นไหล่ของเธอสั่น
ไม่รู้ทำไมผมถึงมาที่สวนสาธารณะ.. ที่ซึ่งผมเคยมีความสุขมากกับการได้เอ่ยคำรักกับผู้หญิงคนแรก และเป็นที่ซึ่งผมสูญเสียหัวใจของผมไปอย่างที่ไม่รู้เลยว่าวันใด หัวใจของผมจะกลับมารวมกับร่างกายของผมอีกครั้ง
กับมีอา เธอพูดถูก.. ตอนนี้ผมเพียงรู้สึกเสียดาย และเสียใจ ที่ทำให้มีอาต้องเป็นทุกข์ ทำให้เธอต้องเสียเวลากับผมทั้งๆ ที่ ผมควรจะปล่อยเธอให้ไปพบกับผู้ชายที่พร้อมจะให้เธอทั้งร่างกายและหัวใจ
แปดปีแล้วสินะ.. ที่ผมไม่ได้มาที่นี่อีกเลย จนกระทั่งวันนี้..
ผมมองไปรอบๆ ผู้คนที่เดินผ่านไปมา เด็กน้อยที่ชอบวิ่งเล่นและก่อกองทรายอยู่บริเวณสนามเล็กๆ นั่น ผมกวาดสายตาไป ก่อนที่ผมจะไปสะดุดกับใครคนหนึ่ง
เร็วกว่าความคิด ผมก้าวยาวๆ ไม่กี่ก้าว ผมก็เข้าประชิดตัวเธอแล้ว
โซรี
"อ๊ะ!"
เธอดูตกใจมาก อาจเพราะผมอยู่ใกล้เธอเกินไปอย่างกระทันหันด้วยกระมัง
"คุณมาที่นี่ได้ยังไง" โซรีถามผมด้วยคำถามที่ผมรู้สึกตลกมาก
"แล้วคุณล่ะ ทำไมถึงอยู่ที่นี่" ผมย้อนบ้าง
"ก็แถวนี้มันแถวบ้านฉันนี่นา" เธอเท้าสะเอว มองผมราวกับผมเป็นคนที่งี่เง่ามากๆ "คุณต่างหาก ฉันไม่เคยเห็นคุณแถวนี้เลยนี่นา"
อ้อ เธออยู่แถวนี้.. แถวบ้านของผู้หญิงที่เป็นรักแรกของผม
"ผมผ่านมาน่ะ"
"อ้อ.."
"อยู่เป็นเพื่อนผมหน่อยสิ"
"หา!"
"มีอา.. ขอเลิกกับผม"
ทำไมผมเล่าให้เธอฟังนะ แต่มันดูเหมือนสิ่งที่ถูกต้องที่สุด
"เอ๋" โซรีเบิกตากว้าง "ทำไมล่ะ เธอรักคุณจะตาย"
"เธอบอกว่า ผมไม่ได้รักเธอ"
"อ่ะฮ้า~" โซรีมองผมอย่างขำๆ เล่นเอาผมชักฉุน
"นี่ไม่ใช่เรื่องสนุกนะคุณ"
"พี่มีอาเป็นคนฉลาด" โซรียิ้มหัวด้วยท่าทางถูกอกถูกใจ "คุณไม่เหมาะกับเธอหรอก"
"หมายความว่าไง"
"ก็หมายความว่าคุณมันโง่ไง"
"นี่ จะอธิบายให้มันชัดๆหน่อยไม่ได้หรือไง"
"ทำไมต้องอธิบาย ก็คุณมันโง่จริงๆ นี่นา" เธอถอนหายใจเฮือกเมื่อเห็นว่าผมมีท่าทางไม่เข้าใจจริงๆ ในที่สุด เธอก็ทำท่าทางเหมือนยอมแพ้ ก่อนจะถามด้วยคำถามที่ผมไม่คาดคิดว่า
"พี่จีอึน คุณยังไม่ลืมเธอใช่ไหม.. อ๊ะ อย่ามามองฉันอย่างนั้น พี่จีอึนเป็นญาติของฉันเอง"
จีอึน.. เชจีอึนน่ะหรือ
"ใช่แล้ว เธอเป็นญาติผู้พี่ของฉันเอง"
ผมรู้สึกเหมือนน้ำลายมันช่างฝืดคอ พูดอะไรไม่ค่อยออกเอาเสียเลย ความเจ็บปวด.. ภาพเก่าๆ หวนกลับคืนมาอีกครั้ง
"แล้วเธอ.. ตอนนี้เธอสบายดีไหม"
"ก็ต้องสบายน่ะสิ ตอนนี้พี่จีอึนอยู่บนสวรรค์แล้วนี่นา"
"อะไรนะ!"
ผมตกใจมาก ความรู้สึก ความคิด กำลังพัดพาราวกับพายุที่โหมกระหน่ำภายในใจของผม จีอึน.. สวรรค์.. นี่มันอะไรกัน ผมไม่เข้าใจ! ในขณะที่โซรีกำลังพูดราวกับเป็นเรื่องธรรมดามาก แต่ผมกลับรู้สึกถึงหัวใจของผมที่หายไปนาน และตอนนี้มันกำลังบีบรัดจนผมหายใจแทบไม่ออก
"พี่จีอึนอยู่บนสวรรค์" โซรีย้ำให้รู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องโกหก "เธอป่วยเป็นมะเร็ง และเธอไม่อยากให้คุณรู้ ก็เลย.. ขอเลิกกับคุณ"
ทำไม.. จีอึน
ทำไมกัน...
"แต่พี่จีอึนไม่ได้โกรธคุณเลยนะ เธอมีความสุข ที่ได้เห็นคุณอยู่บนเส้นทางที่คุณเลือก"
ทั้งๆ ที่ ผมเข้าใจมาตลอดว่าเธอเลิกกับผมเพราะทนไม่ได้ที่ผมตัดสินใจเข้าวงการเพื่อเป็นนักร้องอย่างที่ผมฝันใฝ่ และเพราะเหตุนั้น ทำให้ผมคิดมาตลอดว่าผมคงจะไปได้ดีกับผู้หญิงที่อยู่ในแวดวงเดียวกันเท่านั้น
เพราะคนอื่น.. คงไม่มีวันเข้าใจสังคมของพวกเรา
ทว่า ผมก็คิดผิด เมื่อผมตระหนักได้ว่าการคบกันโดยปราศจากความรัก มันก็เป็นเพียงภาพลวงตาที่ล่อหลอกว่าผมเป็นปกติ สบายดี และหลอกตัวเองว่าความเจ็บปวดจากความรักครั้งก่อนนั้นหมดไปแล้ว
ผมนี่มันโง่จริงๆ เสียด้วย
ทั้งที่ความจริงแล้ว ความรักของจีอึนไม่เคยจางหายแท้ๆ
"พรุ่งนี้ ฉันจะพาไปหาพี่จีอึน.. อย่าโทษตัวเองเลย พี่จีอึนคงไม่สบายใจถ้าเห็นคุณเป็นทุกข์"
พูดจบ โซรีก็จากไป ทิ้งให้ผมจ่อมจมอยู่กับความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง
ที่ๆ จีอึนนอนสงบอยู่นั้นช่างสวยงาม มีต้นหญ้าเขียวขจีปกคลุมและท้องฟ้าสีสดใสห้อมล้อม ผมยืนอยู่ตรงหน้าเธอขณะที่โซรีเอ่ยว่า
"พี่จีอึนคะ ฉันพาคนที่พี่รักมาเยี่ยมด้วยล่ะค่ะ ขอโทษ ที่ฉันรักษาสัญญาไม่ได้ ฉันคิดว่าเขาควรจะรู้เรื่องนี้ค่ะพี่จีอึน"
โซรีหันมาทางผมแล้วบอกว่า
"ก่อนที่คุณจะพูดอะไรกับพี่จีอึน ฉันขอคืนสิ่งนี้ให้คุณก่อน"
มันเป็นสร้อยล็อกเก็ตรูปหัวใจ... ผมจำมันได้แม่นยำเพราะผมเป็นคนมอบมันให้เธอเอง ผมเปิดดูด้วยมือที่สั่นเล็กน้อยเพื่อที่จะพบว่า ภายในล็อกเก็ตนั้นยังคงเป็นรูปเดิม.. รูปผมและเธอ พร้อมรอยยิ้มอันแสนเปี่ยมสุขของเราทั้งสอง
"เธอสวมมันไว้จนวันสุดท้ายของชีวิต ตอนแรกฉันคิดว่าจะฝังมันพร้อมกับพี่จีอึน แต่ว่า.. ฉันกลับอยากจะคืนมันให้คุณ ฉันคิดว่ามันเป็นความทรงจำที่ดีของคุณสองคน และฉันไม่อยากจะฝังความทรงจำนี้ของคุณ"
"ขอบคุณมาก"
ผมขอบคุณจากใจจริง มือของผมกำมันแน่นด้วยความเศร้าอันท่วมท้น แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากแข็งใจเอ่ยคำกับจีอึนด้วยน้ำเสียงอันแหบแห้งว่า
"จีอึน ผมมาหาคุณแล้ว"
คำว่า ทำไม อัดแน่นเต็มหัวใจ
"ทำไมคุณไม่บอกความจริงกับผม ทำไมคุณถึงผลักไสผมไม่ให้รับรู้ความทุกข์ทรมานของคุณ ทำไมคุณถึงไม่ให้ผมอยู่กับคนจนถึงลมหายใจสุดท้าย ทำไม! ทำไมกัน! จีอึน!!"
ผมทรุดตัวลงคุกเข่า น้ำตาที่พยายามอดกลั้นกลับไหลลงมาอย่างหมดฝืน ผมปาดมันออกไปด้วยความรู้สึกโกรธ โกรธตัวเองที่เชื่อว่าเธอหลอกลวง โกรธที่เชื่อว่ามีเพียงผมที่เจ็บปวด โดยไม่มีสักขณะจิตเดียวที่จะรับรู้ว่า.. จีอึน.. เจ็บมากกว่าผมเสียอีก
มือหนึ่งแตะลงบนไหล่ของผม
"อย่าโทษตัวเองแบบนั้น ที่พี่จีอึนทำแบบนี้ก็เพราะว่าเธอรักคุณ เธอไม่อยากให้คุณต้องสูญเสียหมดทุกอย่าง ถ้าตอนนั้นคุณรู้ความจริง วันนี้ คุณคงจะต้องสูญเสียทั้งพี่จีอึน.. และ ความฝันของคุณ คุณเข้าใจใช่ไหม"
"ปล่อยมันไปเสียเถอะค่ะ ชีวิตของคุณยังทอดยาวอีกไกล และฉันเชื่อว่าพี่จีอึนจะมีความสุข ถ้าหากว่าคุณมีความสุข แต่ว่าพี่จีอึนคงเสียใจมาก ถ้าหากว่าคุณเอาแต่โศกเศร้า ฉันคิดว่าคุณคงไม่อยากทำร้ายพี่จีอึนที่อยู่บนสวรรค์ใช่ไหมคะ"
คำพูดของโซรีซึมเข้าสู่หัวใจของผมทีละน้อย
ผมเงยหน้ามองโซรีด้วยรอยยิ้มในที่สุด โซรีเองก็ยิ้มให้กับผมด้วยความสดใสเช่นกัน ความเจ็บปวดยังคงอยู่ แต่นั่นทำให้ผมรับรู้ได้ถึงหัวใจซึ่งกำลังบีบรัด
จีอึน.. ผมจะมีความสุขนะ เพื่อคุณ..
"นี่! อีตาบ้า! ฉันไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ ที่จะมายีหัวกันเล่นแบบนี้น่ะ!"
เสียงเล็กแหลมตะโกนขึ้นด้วยความโมโห ผมหัวเราะขันกับอาการนั้นของเธอมากกว่าอย่างอื่น ถึงแม้มือหนักๆ ของเธอจะฟาดเข้ามาที่ต้นแขนของผมถนัดมือเลยก็เถอะ เจ็บอยู่เหมือนกัน แต่ผมไม่ถือ
เธอบอกว่าเธออายุ 25 แล้ว แต่ผมดูยังไงเธอก็ยังเหมือนเด็ก ม.ปลาย อยู่ดี
ผมยังคงงานยุ่งอยู่เหมือนเดิม ทำงานหนักราวกับว่าเวลา 24 ชั่วโมงนั้นยังน้อยไปสำหรับวันหนึ่งวัน แต่ไม่รู้ทำไม ผมจึงชอบแวะมาหาเรื่องคนตัวเล็กนักก็ไม่รู้
และอีกหนึ่งสิ่งที่ประหลาดก็คือ
ผมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจตัวเองยามได้พบดวงหน้าใสๆ กับทรงผมอันยุ่งเหยิงนั้น จีอึน.. ผมคิดว่านี่อาจจะเป็นแผนการของเธอ แผนการที่ขโมยหัวใจของผมไป และคืนมันกลับมาพร้อมกับเจ้าของหัวใจของผมคนต่อไป
วันนี้ ผมไม่เคยลืมจีอึนได้เลย ผมยังคงเศร้าเสียใจทุกครั้งยามที่คิดถึงเธอ ทว่า.. แสงสว่างจากผู้หญิงอีกคนหนึ่ง... ผู้หญิงตัวเล็กหัวยุ่งที่ทะมัดทะแมงราวเด็กผู้ชาย.. เธอทำให้ความเสียใจนั้นกลายเป็นบางสิ่งที่ธรรมดา
มีใครบ้างล่ะที่ไม่เคยเสียใจ เธอเคยถามผม สักครั้งในชีวิตของทุกคนต่างก็ต้องเคยรู้สึกเสียใจ เจ็บปวด แต่คุณต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน ไม่ใช่ให้มันมากลืนกินคุณ
และวันนี้ผมก็เรียนรู้ที่จะอยู่กับความเสียใจและเจ็บปวดโดยไม่สูญเสียตัวเอง
ขอบคุณมาก โซรี..
ดูอยู่ใช่ไหม จีอึน..
วันนี้ ผมมีความสุขแล้วนะ
edit @ 9 May 2008 13:26:47 by narujung