Rin

 

 

 

RIN 2/1   

 

 

การตามเด็กซุกซนคนหนึ่งในย่านที่มีคนพลุกพล่านมากมายขนาดที่ชิบุยะนี้ เป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบเอาเสียเลย เพราะมันทำให้เขาไม่ค่อยไว้วางใจในตัวเองเท่าไหร่ ห่วงว่าร่างเล็กๆ ที่เดินผลุบไปทางนั้นที ทางโน้นที จะเกิดอันตรายขึ้นหากเขาคลาดสายตาไปเพียงชั่วนาทีเดียว

 

 

ยูคิโอะถอนหายใจเฮือก เขาเหนื่อยเต็มทีกับการสอดส่ายสายตาผ่านผู้คนมากมายเพื่อมองหาเด็กสาวร่างจ้อย ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจคว้ามือเล็กๆ นั้นเอาไว้ก่อนที่จะลับหายไปกับฝูงชนอีก

 

 

รินเงยหน้ามองยูคิโอะที่มีร่อยรอยของความเครียดขรึมอย่างงงๆ   

 

 

ยูคิโอะเองก็ปรายตามองเธอเช่นกัน ใบหน้าขรึมๆ นั้นคลายลงเมื่อเห็นคำถามในดวงตาของเธอ

 

 

เดี๋ยวหลงทาง  

 

 

คำบอกเล่าของยูคิโอะทำให้รินยิ้ม...

 

 

ความอบอุ่นแทรกซึมเข้ามาในจิตใจ ตอนนี้เธอไม่ได้โดดเดี่ยวแล้วใช่ไหมคะ คุณพ่อ คุณแม่.. ถึงใครๆ จะรังเกียจเธอ แต่อย่างน้อย ตอนนี้เธอก็มียูคิโอะ แล้วก็ยังโทรุอีกคน อ้อ ต้องนับยูริซังด้วย

 

 

แค่นี้เธอก็ควรจะมีความสุขได้แล้วใช่ไหม...

 

 

ขอบคุณนะ ยูจัง

 

 

ร่างสูงชะงัก ก้มลงมองเธออย่างแปลกใจ รินหัวเราะขำที่เห็นเขาทำหน้าเหวอๆ ก่อนจะฉุดลากให้เขาไปตามทางที่เธอต้องการ

 

 

เมื่อเดินดูโน่นดูนี่จนพอใจแล้ว เธอก็พายูคิโอะเดินเข้าร้านขายขนมเค้กที่เธอหมายตาเอาไว้ตั้งแต่คราวก่อน สายตาเธอเป็นประกายยามที่มองขนมเค้กหลากสไตล์ที่แข่งกันฟูฟ่องอยู่ตรงหน้าเธอ ราวกับจะประชันความงามให้กรรมการตัดสินอย่างเธอตัดสินความเป็นหนึ่ง

 

 

ยูคิโอะ เลือกด้วยสิ   รินหันมาทางยูคิโอะที่ยืนอยู่ห่างๆ พลางกวักมือเรียก มากินด้วยกัน  

 

 

ไม่ล่ะ ฉันไม่ชอบอะไรหวานๆ

 

 

โธ่ งั้น มาช่วยรินเลือกดีกว่า ตอนนี้รินตาลายไปหมดแล้ว 

 

 

ยูคิโอะหัวเราะในลำคอ ก่อนจะยอมก้าวเข้ามาช่วยโดยดี ในที่สุด เธอก็ชี้ไปที่เค้กสีขาวสะอาดที่มีสตอเบอรี่สีแดงสดและสับปะรดสีเหลืองสดใสโดยมี ผู้ช่วยพยักหน้าหงึกหงักอยู่ข้างๆ อย่างเห็นด้วย 

 

 

เมื่อสั่งขนมเค้กเสร็จ รินจึงคิดจะไปหาที่นั่งเพื่อรอทานขนมเค้ก เด็กสาวมองซ้ายมองขวา.. ร้านนี้คงจะต้องอร่อยมากพอดูเลย เพราะมองไปทางไหนก็เห็นแต่โต๊ะที่ถูกจับจองแล้วทั้งนั้น 

 

 

รอก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไปดูให้  ยูคิโอะบอก 

 

 

แต่แล้ว จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

 

 

เฮ้! ยูคิโอะ  

 

 

เมื่อหันไปทางต้นเสียง รินพบว่าคนที่เรียกยูคิโอะนั้นเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่ง อายุคงจะพอๆ กับยูคิโอะ และเขาคนนั้นก็ไม่ได้อยู่คนเดียว หากแต่มีเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งที่ดูอายุอานามแล้วก็น่าจะไล่เลี่ยกันนั่งรวมอยู่ด้วย ดวงตาคมปราดมองมาทางรินที่เดินตามยูคิโอะต้อยๆ  อย่างไม่ได้สนใจนัก ก่อนจะกลับไปสนใจหนังสือในมืออย่างเดิม

 

 

มาซารุ  ชูอิจิ  

 

 

ยูคิโอะยิ้มออกมาได้ เขาคว้ามือรินเอาไว้ให้เดินตามไปนั่งที่โต๊ะของคนเรียกที่ยังมีเก้าอี้เหลืออีกสองตัวพอดี

 

 

ไม่น่าเชื่อว่าจะเห็นนายในร้านขนมเค้ก  เป็นคำพูดแซวเล่นจากเด็กหนุ่มที่เอ่ยปากเรียก  ท่าทางร่าเริงนั้นช่างต่างจากเจ้าของโต๊ะอีกคนโดยสิ้นเชิง 

 

 

ผิดหรือไง  

 

 

เปล่าหรอก แค่แปลกใจ ว่าแต่ สาวน้อยคนนี้แฟนนายเหรอ

 

 

ยูคิโอะหัวเราะร่วนขณะที่รินทำหน้าแปลกๆ กับคำทักนั้น แต่เพราะเธอยังไม่รู้จักใครสักคนทำให้เธอยังไม่กล้าพูดอะไรออกไปนอกจากพยายามยิ้มแหยให้เท่านั้น

 

 

เจ้านายต่างหากล่ะ  ยูคิโอะว่า ตอนนี้ทากะซังให้ฉันดูแลหลานสาวคนใหม่ มิยาสึกิ ริน

 

 

คำแนะนำของยูคิโอะทำให้ใครคนหนึ่งที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วยเงยหน้าขึ้นจากหนังสือ พร้อมๆ กับที่ยูคิโอะหันไปบอกรินว่า

 

 

ส่วนนี่ คานาเมะ มาซารุ กับ.. อาคิฮิสะ ชูอิจิ เพื่อนห้องเดียวกันกับฉันเอง” 

 

 

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ  รินยิ้มให้โดยได้รับรอยยิ้มตอบกลับจากคานาเมะ มาซารุ และได้รับ.. ความเฉยเมยจากอาคิฮิสะ ชูอิจิ

เค้กฟูฟ่องของรินถูกนำมาเสิร์ฟที่โต๊ะ เรียกความสนใจจากรินได้ชะงัด เธอแค่รู้สึกแย่นิดหน่อยที่ต้องพบคนอย่างอาคิฮิสะ ชูอิจิ การถูกเมินใส่แบบนี้เธอยังไม่เคยชินกับมันแม้ว่าเธอจะถูกญาติแทบทุกคนเมินหน้าใส่ก็ตาม

 

 

หรือเธอควรจะทำตัวให้ชินเข้าไว้ ??

 

 

รินกินเค้กหมดอย่างรวดเร็ว โดยมียูคิโอะเอียงหน้ามองอย่างทึ่งๆ เธอกินเค้กก้อนโตหมดก่อนมาซารุที่มีเค้กเหลือครึ่งชิ้นเสียอีก

 

 

ไปกันเถอะ ยูจัง  เธอบอกยูคิโอะเบาๆ ไม่อยากจะนั่งอยู่ที่โต๊ะนี้อีกแล้ว ถึงมาซารุจะมีท่าทางใจดีก็ตาม แต่เมื่อมีอีกคนหนึ่งเย็นชาใส่เธอ ความอึดอัดใจก็มีมากพอที่ทำให้เธอยอมเสียมารยาท 

 

 

ยูคิโอะก็ยังเป็นยูคิโอะที่ยอมตามใจเธอเสมอ และเขาเองก็คงจะเข้าใจเธออยู่บ้างเพราะยูคิโอะตวัดสายตาไปทางชูอิจิที่ยังคงสีหน้าเคร่งขรึมไม่เปลี่ยน

 

 

เจอกันพรุ่งนี้นะ  ยูคิโอะบอกมาซารุ 

 

 

อืม แล้วเจอกัน

 

 

เมื่อคนทั้งคู่เดินจากไปแล้ว มาซารุก็ถอนหายใจเฮือกโต มองเพื่อนสนิทที่สุดอย่างตำหนิพลางส่ายหน้า

 

 

นายนี่ก็เหลือเกินจริงๆ ทำหน้าน่ากลัวใส่น้องเขายังกับจะลุกไปฆ่าน้องเขาให้ตายอย่างนั้นแหละ

 

 

ตายไปได้ก็ดี

 

 

เป็นคำพูดที่ไม่รู้ร้อนหนาวใดๆ ใบหน้าที่เคร่งขรึมอยู่แล้วยิ่งดูเครียดมากขึ้นเมื่อนึกถึงเด็กสาวที่เพิ่งลุกจากไป

 

 

เธอไม่รู้จักนายด้วยซ้ำ

 

 

แกล้งไม่รู้จักมากกว่าล่ะมั้ง

 

 

นายนี่น้า อย่าร้ายกาจกับว่าที่คู่หมายขนาดนั้นเลยน่า  มาซารุชักหวาดๆ แทนคนร่างเล็กเมื่อครู่ เขาเชื่อว่าเขามองไม่ผิด.. เธอคนนั้นไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย 

 

 

เผลอๆ อาจจะไม่รู้แม้กระทั่งว่า มิยาสึกิ ทากะ ได้เตรียมคู่หมายเอาไว้ให้เธอได้เลือกแล้วถึง 2 คน!! 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

edit @ 26 Aug 2008 09:53:37 by narujung

 

เวลาที่ผ่านไปทำให้รินรู้สึกดีขึ้นมาบ้างหลังจากที่ช่วงแรกๆ เธอร้องไห้ทั้งวัน ข้าวก็กินไม่ลง แถมยังมีอาการคลื่นไส้เพราะความเครียดลงกระเพาะ การต้องเข้ามาอยู่ในคฤหาสต์หลังใหญ่สไตล์ญี่ปุ่นโบราณเพียงลำพัง ถึงจะมีโทรุคอยห่วงใยก็เถอะ แต่ตั้งแต่เธอมาที่นี่ เธอยังไม่เคยพบญาติพี่น้องคนอื่นๆ เลย ราวกับว่าทั้งบ้านนี้มีเพียงหญิงรับใช้ เธอ โทรุ และท่านปู่ เท่านั้น           

 

สัปดาห์ที่ผ่านมา อาจเป็นเพราะเธอไม่เจอกับท่านปู่เลยก็ได้กระมัง ทำให้ความเครียดเธอลดลง และการที่โทรุพาเธอออกไปข้างนอกเป็นครั้งคราวก็ทำให้เธอกินข้าวได้ ยิ้มได้... จนถึงขั้นหัวเราะได้บ้างแล้ว            

 

ความสดใสที่กลับคืนมาทำให้เธอรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น และที่สำคัญ ตอนนี้เธอมีเพื่อนเพิ่มขึ้นอีกคนด้วย                       

 

ยูจัง! วันนี้เราไปเดินเที่ยวกันเถอะนะ!”           

 

ใช่แล้ว นอกจากโทรุที่ทำหน้าที่เป็นพี่ชายที่แสนดี พาเธอไปทานข้าวนอกบ้านบ้าง พาไปเที่ยวบ้าง ก็มียูคิโอะอีกคนนี่แหละ ที่ทำตัวเป็นทั้งเพื่อนและพี่ชายคนที่สองของเธอ คอยดูแลเธออยู่ตลอดเวลาทั้งช่วงเวลาที่มีโทรุและไม่มีโทรุ และด้วยเหตุนี้เอง ทำให้เมื่อรู้ตัวอีกที ยูคิโอะ ก็เป็น ยูจัง ของเธอไปเสียแล้ว           

 

เธออดคิดขำๆ ไม่ได้ว่าทำอย่างกับเธอเป็นเด็กสามขวบที่ต้องคอยมีพี่เลี้ยงดูแล ยูคิโอะน่ะอายุห่างจากเธอแค่ปีเดียวเอง เห็นว่ายังเรียนอยู่ไฮสคูลปี 2 อยู่เลยนี่นา                        

 

เที่ยวที่ไหนอีกล่ะยูคิโอะถามยิ้มๆ เขาทำงานเป็นบอดี้การ์ดให้กับตระกูลมิยาสึกิก็จริง แต่ก็ไม่ได้มีศักดิ์ศรีที่ด้อยไปกว่ากันเท่าไหร่ เพราะยูคิโอะเองก็เป็นถึงคุณชายแห่งตระกูลซากาวะ ตระกูลอันโด่งดังที่ได้ชื่อว่าสืบเชื้อสายมาจากโชกุนในสมัยโบราณ            

 

ว่ากันว่าในสมัยก่อน ตระกูลซากาวะเคยรับใช้ตระกูลมิยาสึกิมาก่อน แต่ข้อเท็จจริงจะว่าอย่างไรก็ไม่มีใครทราบได้  รู้กันเพียงว่ามันเป็นธรรมเนียมไปแล้วที่ตระกูลซากาวะจะต้องส่งบุตรชายซึ่งมีศักดิ์เป็นทายาทรุ่นต่อไปมาทำงานให้แก่ตระกูลมิยาสึกิ มันเป็นธรรมเนียมที่ออกจะแปลกประหลาดสำหรับญี่ปุ่นในสมัยนี้ แต่สำหรับทั้งสองตระกูลนี้ มันคล้ายกับคำมั่นสัญญา.. สัจจะ ที่ทั้งสองตระกูลมีให้ต่อกัน

ทว่า ยูคิโอะไม่ได้สนใจเรื่องราวโบราณเหล่านั้นแม้แต่น้อย  ตั้งแต่เด็ก ในฐานะของนายน้อยแห่งซากาวะ ทายาทรุ่นต่อไปที่จะต้องสืบทอดสำนักวิชาการต่อสู้ซากาวะอันโด่งดังและมีชื่อเสียงมายาวนาน เขาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้ศาสตร์การต่อสู้ป้องกันตัวและการตอบโต้ในทุกรูปแบบ และเพราะเป็นทายาท เขายิ่งต้องผ่านการขับเตี่ยวจากอาจารย์มากมายที่ท่านพ่อของเขาสรรหามาสอน จนกระทั่งในปีที่เขาอายุครบสิบห้าปี ท่านพ่อของเขาก็มอบดาบประจำตระกูลให้กับเขา เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าเขาพร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าสำนักคนต่อไป

   

รอเพียงเวลาที่เขาจะมีอายุครบ 25 ปีเท่านั้น ท่านพ่อของเขาก็จะสละตำแหน่งเพื่อให้เขาสืบทอดต่อ

      

และในระหว่างที่รอนี้ เขาก็ได้รับคำสั่งจากท่านพ่อ.. หรือ ซากาวะ อาคาคิ ให้มาฝึกฝนตัวเองที่ตระกูลมิยาสึกิเพื่อหาประสบการณ์จริง

          

จากวันที่เขาได้รับมอบหมายหน้าที่จวบจนถึงวันนี้ก็เกือบสองปีแล้ว ที่ผ่านมา เขามักจะอยู่ประจำเคียงข้างกายผู้ได้ชื่อว่าเป็นประมุขแห่งมิยาสึกิมาตลอด มีบ้างที่ได้รับมอบหมายให้คอยคุ้มกันโทรุ แต่นั่นก็น้อยครั้งเหลือเกิน ดังนั้น สำหรับเขาแล้ว คำสั่งใหม่ของทากะจึงเป็นเรื่องแปลกสำหรับเขา

 

เด็กสาวที่ดูธรรมดามากถึงมากที่สุดคนหนึ่ง.. คนที่จู่ๆ ก็ก้าวเข้ามาในบ้านมิยาสึกิในฐานะของหลานสาวซึ่งไม่มีใครยอมรับ

 

นี่ล่ะที่น่าแปลก...

           

ทั้งที่คนในตระกูลเมินเฉยกับการคงอยู่ของริน แม้แต่ทากะเองก็แสดงออกชัดว่าเธอไม่ใช่หลานที่เขาต้องการ แต่เมื่อไม่ต้องการ ทำไมถึงให้เขาตามติด ??

           

เขาได้แต่เก็บคำถามนี้ไว้ในใจพลางมองดวงหน้าใสๆ ที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นนั้นด้วยรอยยิ้ม ไม่รู้ทำไม ยามที่ได้เห็นริมฝีปากเล็กๆ คู่นั้นแย้มขึ้น มันทำให้เขาอยากจะยิ้มตามไปด้วย

           

ช่างเป็นเด็กสาวที่เข้มแข็งเสียจริง แม้จะเพิ่งผ่านเรื่องราวเลวร้ายมา เธอก็ยังสามารถทำตัวให้สดใสอีกครั้งหนึ่งได้ แม้มันจะดูฝืนใจบ้างในบางครั้ง แต่เพื่อทำให้คนรอบข้างสบายใจ เธอก็เลือกที่จะลืมความทุกข์ของตัวเองก่อนเสมอ

           

ว่าไงล่ะ ยูจัง ไปกันนะ นะ 

              

ไม่เบื่อเหรอ  เขาถามพลางถอนหายใจ ชิบุยะน่ะ ไปมาหลายครั้งแล้วนะ

     

ดีกว่าอยู่ที่บ้านนั่นแหละ  เด็กสาวย่นจมูก อย่างน้อยก็ไปเดินเล่น อยู่ในบ้านทั้งวันมันอึดอัดนะ

              

เป็นเด็กไฮเปอร์หรือไงยูคิโอะอดไม่ได้จริงๆ ที่จะหัวเราะ พรุ่งนี้ก็ต้องไปโรงเรียนแล้วนะ หนังสงหนังสือจัดเสร็จแล้วหรือยัง

          

ไม่เห็นมีอะไรต้องเตรียมเลย คุณยูริจัดให้แล้วเรียบร้อย

           

เธอหมายถึงหัวหน้าแม่บ้าน ยูริซัง คนที่แม้จะดุไปสักหน่อย แต่เธอมักจะเห็นรอยเอ็นดูระคนห่วงใยในดวงตาคู่นั้นเสมอ รินชื่นชมยูริซังมากเพราะแม้เธอจะอายุเลยเลขสี่ไปแล้ว แต่ก็ยังดูสวยเย็นตาสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆเสมอ แถมยังฝีมืองานบ้านงานเรือนเป็นเลิศ ชนิดที่เธอไม่ติดละอองฝุ่นเลยทีเดียว

         

อย่างน้อยก็น่าจะพักผ่อน

                

ไม่อยากไปก็บอกมาเหอะ  คนตัวเล็กกว่าเบ้หน้าทำปากยื่นอย่างที่คนเห็นรู้สึกคันไม้คันมือพิกล อายุก็มากกว่าแค่ปีเดียวแท้ๆ ทำตัวอย่างกับคนแก่

           

ยูคิโอะส่ายหน้าดิก...

       

ระอาก็ส่วนหนึ่ง.. ก็ นะ เด็กยังไงก็เด็กวันยังค่ำ 

             

 ไปก็ไป

       

พอตกปากรับคำแล้ว เขาก็ได้รับรางวัลเป็นรอยยิ้มสดใสของอีกฝ่าย มันสว่างไสวจนเขาอยากจะเอามือป้องตาเลยทีเดียว

            

           

ไชโย! ยูจังใจดีที่สุดเลย~”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 25 Jul 2008 15:14:47 by narujung

edit @ 25 Jul 2008 15:17:10 by narujung

edit @ 19 Aug 2008 12:24:05 by narujung

 

 

 

RIN 1/2

 

 

 

ร่าเริงนะ.. ร่าเริงเข้าไว้            

นี่เป็นคาถาที่รินใช้บอกตัวเองตลอดเวลาตั้งแต่รู้ตัวว่าไม่อาจกลับไปที่ประเทศไทยได้แล้ว และไม่อาจกลับไปพบกับผู้เป็นบิดามารดาได้อีกต่อไปในชั่วชีวิตนี้ ความเสียใจ เศร้าสร้อย เหงา โดดเดี่ยว... ทุกอย่างถาโถมเข้ามาในจิตใจของเธออย่างไม่อาจปิดกั้น ไหนจะยังต้องเผชิญหน้ากับคุณปู่ที่เธอไม่เคยรู้จักพบพาน คนที่บอกกับเธอด้วยสีหน้าเฉยเมยอย่างที่สุดว่า                       

เจ้านั่นตายไปแล้ว และตอนนี้แกต้องอยู่ที่นี่            

เจ้านั่นที่คุณปู่พูดถึงน่ะ มันลูกชายแท้ๆ ของเขาไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงไม่มีสักเศษเสี้ยวหนึ่งของความอาลัยอยู่บนใบหน้านั้นเลย ดวงตาคู่ที่มองสบนั้นช่างแข็งกร้าวเย็นชาจนเธอตัวสั่นเพราะความหวาดกลัว หากไม่ใช่เพราะหลากหลายอารมณ์ลอยวนอยู่ในจิตใจของเธอ เธอคงไม่กล้าแม้แต่สบตาคู่นั้น            

เธอรู้สึกเกลียดคนเป็นปู่จับใจ เกลียดความเลือดเย็นโหดร้ายที่หยิบยื่นให้โดยไม่ถาม จู่ๆ ก็จับตัวเธอมา.. ทั้งที่เธอเป็นหลาน แต่กลับถูกปฏิบัติราวกับเป็นนักโทษ            

ลักพาตัว กักขัง...            

ในความเลวร้ายของโชคชะตา โทรุเป็นเสมือนขอนไม้ให้เธอเกาะยามใกล้จะจมน้ำ  เขาเป็นคนแรกที่ยิ้มให้เธอและยื่นมือให้                       

พี่จะพาไปที่ห้อง จะอยู่เป็นเพื่อน... เพราะฉะนั้น อย่าร้องไห้เลยนะ’            

โทรุใจดี ทำให้เธอไว้วางใจเขาอย่างรวดเร็ว และในที่สุด วันนี้โทรุก็ทำให้เธอได้ออกไปนอกบ้าน อาณาเขตที่จำกัดเธอเอาไว้ตามคำสั่งของท่านประมุขแห่งมิยาสึกิ           

ขอบคุณเท่าไหร่ก็คงไม่พอ..           

สิ่งที่ทำได้อย่างเดียวเพื่อตอบแทนเขาคงเป็นรอยยิ้มกระมัง ยิ้มเข้าไว้ ให้โทรุเห็นว่าเธอร่าเริงขึ้น สบายใจขึ้น คงมีแต่สิ่งนี้เท่านั้นที่จะตอบแทนความใจดีของโทรุได้           

ขอบคุณจริงๆ โทรุจัง                

เด็กสาวตัวเล็กในชุดดำสนิททั้งตัวเรียกสายตาของใครบางคนให้ชะงักงัน ผมยาวสีดำสนิทที่ปกคลุมแผ่นหลังเล็กๆ นั้นยิ่งข่มให้เธอดูตัวเล็กลงไปอีก เขาคงไม่สนใจเธอนักหากคนที่ยืนเคียงเธอจะไม่ใช่โทรุ เพื่อนสนิทของเขา           

ช่วงนี้เขาไม่ได้พบโทรุเลยเพราะต่างฝ่ายต่างต้องทำงานกันอย่างหนัก อืมม แต่ในเคสของคนอย่างเขาคงไม่ใช่แค่เรื่องงานเท่านั้น เขาไม่เหมือนโทรุหรอก ที่ทำราวกับว่าชีวิตของตนสิ้นสุดลงไปแล้วทั้งที่อายุเพิ่งจะผ่านยี่สิบไปได้ไม่เท่าไหร่แท้ๆ            

ว่าแต่ว่า ทำไมวันนี้คนที่ควรจะอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันอย่างโทรุถึงได้มาควงสาวน้อยหน้าหวานนิรนามคนนี้ได้ หรือว่าเพื่อนเขาจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว            

ไม่ต้องรอให้สมองสั่ง เท้าของเขาก็ก้าวไปเพื่อหาคำตอบ เสียงของเขาดังไปก่อนที่ร่างกายจะถึงตัวโทรุด้วยซ้ำ                       

เฮ้~ โทรุ           

คนถูกเรียกหันมาทางเจ้าของเสียงอัตโนมัติ คิ้วที่ขมวดมุ่นในตอนแรกคลายลงเมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาหาคือใคร                        

โคสึเกะ  โทรุยกมือขึ้นเป็นเชิงทักทาย ไง                        

ไม่เจอซะนานเลยนะ                        

อืม            

โทรุมองคนที่เข้ามาขัดจังหวะระหว่างที่เขากำลังพารินเดินหาร้านอาหารที่เธออยากลองกินด้วยดวงตารู้เท่าทัน ถึงจะเข้ามาทักทายเขา แต่ดวงตาคมๆ คู่นั้นไม่ได้คลาดคลาไปจากดวงหน้าหวานใสของเด็กสาวเลย                       

แฟนนายเหรอ                         

งั้นมั้ง           

รินที่มองไปรอบๆ ตัว เพราะยังสนใจกับร้านอาหารหลายร้านที่เรียงรายอยู่ ถึงกับสะดุ้งกับคำตอบของโทรุ เธอส่งสายตาเขียวๆ ไปให้โทรุก่อนจะแก้ว่า                       

ไม่ใช่หรอกค่ะ เป็นน้องสาวต่างหาก โทรุจังพูดอะไรก็ไม่รู้                         

เจ้านี่มันร้าย พี่ต้องพูดกันเอาไว้ก่อน             

ก็ดูสิ พูดกับเขาแท้ๆ แต่ไม่ได้มองเขาเลย เอาแต่จ้องรินอยู่นั่นแหละ                        

น้องสาว ?”                       

เออ  ชื่อริน.. มิยาสึกิ ริน 

โทรุจัดการแนะนำตัวให้แทนเสร็จสรรพ ก่อนจะหันมาทางริน ส่วนนี่ ยามาคุชิ โคสึเกะ เพื่อนของพี่เอง                         

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ เธอก้มศีรษะลง                       

เช่นกันครับ             

รินเพิ่งได้มองชายแปลกหน้าที่เข้ามาทักเต็มตาเป็นครั้งแรก ซึ่งก็ทำให้เธอถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ...            

ยามาคุชิ โคสึเกะ ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าสวยหวานราวกับผู้หญิง หากนัยน์ตาคมๆ วิบวับนั้นกลับดูอันตรายอย่างบอกไม่ถูก ริมฝีปากบางที่แย้มยิ้มนั้นรับกับจมูกโด่งสวย... เครื่องหน้าทุกอย่างของคนตรงหน้าทำให้คนเป็นผู้หญิงอย่างรินต้องรู้สึกอิจฉาอย่างช่วยไม่ได้           

ผู้ชายอะไร.. สวยกว่าผู้หญิงเสียอีก            

แถมเสน่ห์ของเขาที่เปล่งประกายราวกับมีแสงสว่างล้อมรอบตัวเขาก็ยังเจิดจ้ามากจนน่ากลัว                        

เพิ่งจะรู้นะว่านายมีน้องสาวที่ฉันไม่รู้จักด้วย พูดกับโทรุก็จริง แต่ดวงตากับริมฝีปากนั้นกลับยิ้มใส่ตาของรินจนรินต้องก้มหลบ หัวใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่อยู่                        

เฮ้ย  นายไม่ต้องหว่านเสน่ห์ใส่น้องสาวฉันเลย คนนี้ไม่อนุญาต  โทรุปรามอย่างรู้ดี ถูกใจหรือไม่ถูกใจ.. สำหรับยามาคุชิ โคสึเกะ คำตอบอยู่ที่ดวงตาเท่านั้น           

และตอนนี้ดวงตาสวยแสนอันตรายก็บ่งบอกอย่างชัดเจนทีเดียวว่าน้องสาวของเขาน่ะ อยู่ในลิสต์บัญชีผู้หญิงโชคร้ายที่มันหวังเล่นสนุกด้วยไปแล้ว           

ต้องห้ามไว้ก่อน เขารู้ดีว่าโคสึเกะถึงจะเป็นเสือผู้หญิงที่น่ากลัว แต่ขอบเขตบางอย่าง โคสึเกะจะไม่เข้าไปแตะต้อง                       

หวงจังเลยนะ น่าเสียดายชะมัด           

คนหน้าหวานทำแก้มป่องอย่างน่ารัก เขาเป่าลมแรงๆ เพื่อจะระงับความอยากได้ของตัวเอง ในเมื่อโทรุประกาศออกมาอย่างชัดเจนแบบนี้ เขาเองก็ไม่บ้าพอที่จะทำร้ายคนที่เพื่อนรักหวง            

ก็แค่เสียดาย.. เท่านั้นจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 9 May 2008 12:37:23 by narujung

edit @ 19 Aug 2008 12:25:55 by narujung