เซคชั่นสำหรับแก้ไขปัญหาที่โรงเรียนด้วยจิตวิญญาณอันเข้มแข็ง!
Q. ฉันเป็นคนที่เลือกกินมากๆ จะทำยังไงดีเมื่ออาหารเที่ยงที่โรงเรียนเป็นอะไรที่ฉันไม่ชอบเลย
A. (คาเมนาชิ) เมื่อคุณเป็นผู้ใหญ่ สิ่งที่คุณชอบมันก็จะขยายใหญ่ขึ้นเอง ดังนั้น โอเคน่า! แต่ปัญหาเรื่องอาหารเที่ยงที่โรงเรียนงั้นเหรอ ... อืมม ผมเกลียดมะเขือเทศ ดังนั้น ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่อาหารเที่ยงมีมะเขือเทศอยู่ด้วย มันทำให้ผมอยากจะบ้าเพราะผมทานมันไม่ได้ แต่ผมก็อยากจะออกไปเล่นข้างนอกด้วยเหมือนกัน ก็เลยจำใจบังคับใส่ปาก รีบๆเคี้ยวแล้วก็กลืน ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ และนี่ก็เป็นวิธีของ คาเมนาชิ สมัยเรียนชั้นประถมครับ ผมพยายามอย่างหนักตอนที่อยู่ชั้นประถม ยังไงก็ตาม ทำให้เต็มความสามารถของคุณแล้วกัน ตราบใดที่คุณพยายามดิ้นรนต่อไป ถนนก็ย่อมเปิดให้กับคุณเสมอ อย่างไรก็ตาม คาเมนาชิที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว ตอนนี้รักซอสมะเขือเทศมากครับ
A. (ทากุจิ) ถ้าคุณได้อาหารที่ไม่ชอบในมื้อเที่ยงล่ะก็ เอามันให้กับเด็กผู้ชายสิ ผมเป็นคนประเภทที่ได้รับของพวกนี้จากคนอื่นเสมอ ผมดื่มนมสองขวดทุกวัน หรือไม่ก็ต้องคอยกินนมของคนอื่นๆ ดังนั้น ผมเคยทดสอบกับเพื่อนของผมว่าผมดื่มนมที่เหลือๆ เหล่านี้ในวันๆ นึงเท่าไหร่ ปรากฏว่าผมพบว่าผมสามารถดื่มนมนั่นทั้งหมดได้ตั้ง 6-7 ขวด แน่ะ
A. (อุเอดะ) กินมันให้หมด! ถ้าคุณเอาแต่คีบแล้วก็เลือก คุณก็จะไม่โตนะ ผมเป็นคนที่เกลียดนมเหมือนกัน แต่มันมากับมื้อเที่ยงทุกวันเลย ดังนั้นผมเลยบังคับตัวเองให้ดื่มมันลงไป แม้กระทั่งตอนนี้ ผมก็ไม่ชอบ unagi หรือ anago (ปลาไหลประเภทต่างๆ) แต่ถ้ามันอยู่ในโปรแกรมของอาหารหรือในเซ็ทอาหาร ทั้งหมดที่ผมทำได้ก็คือต้องกินมันเข้าไป ผมไม่ชอบผู้หญิงที่เลือกทานอาหาร ถ้าหากว่าผมกินอะไรบางอย่างที่ชอบมากๆ และบอกกับเธอว่าให้ลองทานดู มันจะทำให้ผมเซ็งมากหากเธอบอกว่า “ฉันไม่ชอบกินมัน~” ถึงแม้ว่าเธอจะน่ารักแค่ไหนก็ทาง แต่ไม่มีทางเสียล่ะ ผู้หญิงจะน่ารักขึ้นหากพวกเธอเจริญอาหารถึงขั้นที่แอบหยิบขนมขบเคี้ยวของคนอื่นในยามที่เจ้าของกำลังหันไปทางอื่นได้
Q. ผมเป็นเด็กผู้ชายที่กำลังเรียนอยู่ปีสุดท้ายของไฮสคูล และผมก็เป็นแฟนเพลงของ KAT-TUN ด้วย เมื่อไม่นานมานี้ ผมของผมค่อยๆ บางลง ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นเพราะความเครียดเรื่องการสอบเอ็นทรานซ์ หรือเป็นเพราะร่างกายของผมเอง ผมกังวลกับมันมากว่าพวกผู้หญิงจะสังเกตเห็นเข้าสักวัน
A. (ทานากะ) คนอื่นๆเขาไม่ได้ตัดสินกันที่รูปลักษณ์ภายนอกหรอกน่า! สิ่งสำคัญน่ะ มันต้องมาจากภายใน! ถ้าหากนายกังวลเรื่องหัวล้านก่อนกำหนด ก็โกนผมของนายออกให้หมดซะเลยสิ แต่ถ้าไม่อยากจะทำอย่างนั้น ก็นวดหนังศีรษะบ่อยๆ แล้วก็นอนให้มากขึ้น! ไม่ต้องกังวลว่าพวกผู้หญิงจะสังเกตเห็นหรือเปล่า สำหรับพวกผู้ชายอย่างเรา ถ้าหากความพยายามมันไม่ช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้น ก็พยายามให้มากขึ้นอีก แล้วก็ปะทะกับสิ่งกีดขวางพวกนั้นไปเลย! (หมายเหตุ : อย่าจริงจังกับมันมากนักนะ)
A. (อคานิชิ) นายเริ่มหัวล้านแล้วเหรอ ? เห~ ถ้าเป็นฉันนะ ฉันจะโกนผมให้หมดหัวเลย นายคิดยังไงกับสไตล์แบบนั้นล่ะ แค่แน่ใจว่าหัวจะล้านไปด้วยทางเลือกของตัวเอง หรือไม่นายก็ลองพยายามไว้ผมข้างหลังให้ยาวขึ้น แล้วก็ตัดผมด้านหน้าๆ ให้สั้นลง ให้เหมือนกับว่ามันเป็นแฟชั่นใหม่ไง หรือไม่ นายก็ลองคิดเรื่องหมวกดู แต่นายยังเรียนไฮสคูลอยู่นี่นา งั้น โกนหัวเป็นความเห็นที่เข้าท่านะ
A. (นากามารุ) ฉันไม่เคยกังวลเรื่องนั้นมาก่อนเลยนะ หรือเป็นเพราะฉันเป็นคนไม่เครียดหว่า.. แต่มันเป็นเรื่องน่าช็อคจริงๆ นั่นแหละ สำหรับเด็กอายุ 18 ปีน่ะนะ แต่ นั่นมันก็เป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้นี่ ใช่แล้ว เอาแต่คิดถึงเรื่องนี้น่ะ มันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาหรอก ลองไม่คิดถึงมันดูจะดีกว่า ขนาดในกลุ่มของคนที่มีผมน้อยเอง พวกเขายังไม่เห็นมีปัญหาอะไรกับการจีบสาวเลย คนที่เท่ห์น่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ยังเท่ห์อยู่ดี
Q. ปัญหานี้เกี่ยวข้องกับรุ่นน้องคนหนึ่งในชมรมที่ผมอยู่ เวลาที่ผมดุเขาเรื่องอะไรสักอย่าง เขาก็จะชอบพูดว่า “ก็นี่มันเป็นสไตล์ของผมนี่” ผมเคยเผชิญหน้ากับเขามาแล้วเรื่องที่เขาทำของพัง แล้วเขาก็พยายามจะแก้ปัญหามันด้วยเงินโดยบอกว่า “ผมจะต้องจ่ายเท่าไหร่ ?” นี่ผมควรจะแนะนำเขายังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้ดี
A. (ทานากะ) สั่งสอนเขาไปเลย! อาจจะไม่ใช่ทางออกที่ถูกนักในความเห็นของสาธารณะชนทั่วไป แต่นี่ไม่ใช่เรื่องการลงโทษในบริษัท แต่เป็นเรื่องของการเรียนรู้ อาจจะเป็นเรื่องของความรักด้วยซ้ำไป อย่าเมินเฉยกับเรื่องนี้เพราะเขาเป็นผู้ชาย ถ้าหากเขาถูกผู้หญิงทำร้ายเข้าล่ะก็ ธรรมชาติอันเลวร้ายก็อาจจะเผยออกมาเพราะความช็อค หรือไม่งั้นก็ ลองไม่พูดกับเขาไปเลยดูสิ
A. (คาเมนาชิ) ฉันรู้ว่านายรู้สึกยังไง แต่คนแบบนี้ก็มีอยู่จริงๆ ทุกๆ คนล้วนแล้วแต่มีวิธีการใช้ชีวิตของตัวเอง ดังนั้น ฉันไม่คิดว่าทุกคนจะเป็นแบบนี้เหมือนกันหมด อย่าเผลอติดนิสัยเขามาก็แล้วกัน (หัวเราะ) นายควรจะใช้อำนาจของนายในแบบของตัวเองด้วย เช่น ถ้าคราวหน้าเขายังพูดอีกว่า “นี่เป็นสไตล์ของผม” นายก็ตอบเขาไปเลยว่า “ใช่! นี่เป็นสไตล์ของนายยย แต่ฉันก็มีสไตล์ของฉันเหมือนกัน และนายก็เป็นรุ่นน้อง ไม่ใช่หรือไง ?” แล้วก็บังคับเขาให้ฟังนายสั่งสอนไปเลย สุดท้ายก็ปิดด้วย “ฉันจะไม่พูดเรื่องนี้อีกเป็นครั้งที่สอง” หลังจากนั้น ทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวไปสักสองสามเดือน ลองดูซิว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม
A. (อุเอดะ) ฉันเป็นฉันล่ะก็ ไม่ว่าจะยังไงก็จะไม่ใช้อารมณ์เด็ดขาด คงจะเริ่มจาก “นายหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ เหรอ” แล้วก็บอกไปว่าที่ถามน่ะ ไม่ใช่เรื่องของเงิน แต่เป็นเรื่องของความรู้สึกผิดมากกว่าที่ควรจะแสดงออกมาด้วยความจริงใจ แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จงยิ้มอย่างอบอุ่นเข้าไว้ โอเค๊ ?”
Q. ฉันควรจะทำยังไงให้คะแนนดีขึ้นได้คะ แล้วก็ ช่วงเวลาในคาบเรียนที่น่าเบื่อสุดๆ ทำยังไงฉันถึงจะผ่านเวลาพวกนั้นไปได้ แม้ว่าฉันจะไปโรงเรียนทุกวัน ฉันก็ยังหาคำตอบเรื่องนี้ไม่ได้เลย
A. (นากามารุ) แน่นอนล่ะ ก็คุณกำลังถูกทดสอบด้วยข้อสอบนี่นา เมื่อคุณโตขึ้น ก็จะกลายเป็นว่าคุณจะทำตามคำสั่งของหัวหน้าคุณได้หรือไม่ มันทดสอบความเป็นมนุษย์และความสามารถในการประสานงาน เพื่อจะทำคะแนนของคุณให้ดีขึ้น ทุกสิ่งที่คุณต้องทำคือการเรียน พ่อของผมเป็นคนประเภทที่ยอมให้ผมโดดเรียนวันนึงได้เพราะเขาคิดว่าวันหยุดสำหรับครอบครัวเป็นอะไรที่สำคัญมาก แต่เมื่อมองย้อนหลังไปแล้ว ผมคิดว่าการเรียนเป็นเรื่องอันดับหนึ่งที่ต้องทำ (หัวเราะ) ผมมีความสุขกับการโดดเรียนตอนนั้นมากเพราะความเป็นเด็ก แต่ผมคิดว่ามันจะดีกว่าถ้าได้ออกไปเที่ยวหลังจากที่เรียนเสร็จแล้ว แต่ก็ นะ เพราะพ่อเป็นคนแบบนั้น ผมถึงสามารถเลือกทำงานตรงนี้ได้ ดังนั้น ผมถึงรู้สึกขอบคุณท่านมาก
A. (ทานากะ) การทดสอบมีขึ้นเพื่อเพิ่มไอคิวของคนให้คิดถึงปัญหาต่างๆ ถ้าคุณคร่ำเคร่งกับการเรียนตลอดคืน คุณจะไม่เป็นไรหรอก ปีสุดท้ายของผมตอนอยู่ไฮสคูล ผมอ่านหนังสือทั้งคืนเลยโดยคิดว่าเดี๋ยวมันก็จบ ในที่สุด ผมได้คะแนนเฉลี่ยนตั้ง 80 คะแนนแน่ะ! แต่สองปีก่อนปีสุดท้ายของผม คะแนนสูงสุดที่ผมทำได้คือ 12 คะแนน เพราะเอาแต่นอนหลับระหว่างคาบเรียนที่แสนน่าเบื่อ โรงเรียนไม่ใช่แค่ที่เรียนหนังสือ แต่เป็นที่ที่ได้อยู่กับเพื่อนและเรียนรู้บทเรียนสำคัญๆ อื่นๆ ที่ไม่ได้มาจากในตำราเรียน เพราะอย่างนั้น ผมถึงดีใจที่ได้เรียนไฮสคูล คุณควรเรียนรู้สิ่งอื่นๆ ด้วย ผมอาจจะทำพลาดไปบ้าง แต่ตราบใดที่ผมสามารถยืดหยุ่นกับมัน ทุกอย่างก็ไปได้สวย
A. (อคานิชิ) ทางเดียวที่จะทำคะแนนให้ได้ดีก็คือต้องอ่านหนังสือ และสำหรับคาบเรียนที่น่าเบื่อ ทางเดียวที่จะฆ่าเวลาไปได้ก็คือการนอน ถ้าหากคุณหลีกเลี่ยงหรือว่าโดดเรียน ระวังจะถูกจับได้นะ ดังนั้น ทำตามการตัดสินใจของตัวเอง สำหรับผม สิ่งต่างๆ เหล่านั้นมักจะกลับมาหลอกหลอนผม (หัวเราะ) ดังนั้น ผมคิดอย่างจริงจังว่าผมควรจะเรียนให้หนักขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาภาษาญี่ปุ่น ผมอ่านคันจิได้พอสมควรแต่ว่าเขียนไม่เป็น ผมรู้สึกอายตัวเองเป็นล้านๆ ครั้งเพราะเรื่องนี้ ผมมันไม่ได้เรื่อง.. ผมคิดแบบนี้ประจำเลย (หัวเราะ) แต่ผมพยายามขยันด้วยความรับผิดชอบของตัวเอง สรุปแล้ว คุณก็ควรทำการบ้านภาษาญี่ปุ่น แล้วก็ต้องมีความรับผิดชอบด้วย
Q. ฉันเกลียดชั่วโมงเร่งด่วนในรถไฟ ฉันเคยโดนลวนลามบนรถไฟมาก่อนด้วย ดังนั้นช่วยบอกเคล็ดลับที่จะสนุกไปกับช่วงเวลาที่รถไฟเต็มไปด้วยคนแน่นเอี้ยดให้หน่อยสิคะ
A. (อคานิชิ) นอนหลับ.. มั้ง.. ผมว่ามันคงไม่เวิร์คแน่ๆ ความคิดที่จะสนุกบนรถไฟที่เต็มไปด้วยคนน่ะ มันเป็นไปไม่ได้หรอก แถมยังมีพวกโรคจิตบนนั้นอีกต่างหาก ผมเองก็เคยโดนลูบคลำบนรถไฟมาก่อนเหมือนกัน โดยชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ผมมองเขาด้วยสายตาดุๆ แบบไม่พอใจสุดๆ แล้วถามว่า “อะไร?” หมอนั่นก็เลยถอยออกไป จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องของการหามุมดีๆ สักมุมบนรถไฟ มุมตรงหน้าประตู หรือพยายามหาที่ว่างดีๆ บนรถไฟมากกว่า
A. (ทากุชิ) ฟังเพลงของ KATTUN แล้วก็เต้นไปพร้อมกับมัน! คนรอบๆ ข้างคุณคงจะเริ่มรู้สึกกลัวแล้วก็พากันถอยห่าง แล้วก็จะมีที่ว่างรอบตัวคุณ อ่า.. ครับ ถึงคุณจะไม่เต้น การฟังเพลงก็ทำให้คุณรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วนะ
A. (นากามารุ) รถไฟที่เต็มเอี้ยดไปด้วยคนทำให้รู้สึกเครียดใช่ไหมล่ะ นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงชอบปั่นจักรยานไปโรงเรียน พอผมทำงาน ผมก็หลีกเลี่ยงช่วงเวลาแอแดโดยออกจากบ้านเช้า หรือสายกว่าปกติ
Q. ถึงแม้ว่าฉันจะได้รับค่าขนมที่เท่ากับคนอื่นๆ แต่ฉันมักจะจบลงด้วยการบอกกับเพื่อนๆ ว่าจะเป็นคนเลี้ยงเองเวลาที่ได้ออกไปเที่ยวข้างนอก ช่วยบอกฉันทีว่าทำอย่างไรถึงจะห้ามนิสัยชอบเลี้ยงคนอื่นๆ ได้
A. (อคานิชิ) อย่าติดเงินไปเยอะกว่าที่คุณต้องการ ลองสร้างสถานการณ์ที่คุณซื้อของให้คนอื่นไม่ได้ดู ถึงแม้ว่าคุณจะอยากทำก็ตามที.. ผมเห็นด้วยกับความเชื่อที่ว่าคนที่มีเงินควรจะจ่าย ดังนั้น เมื่อผมจ่าย ผมจ่ายโดยไม่ได้คิดอะไรมากนัก การแชร์กันจ่ายนั้นช่วยได้มาก แต่สำหรับผู้หญิง ผมมักจะเป็นคนจ่ายให้ทุกอย่าง ผมจ่ายเพราะผมต้องการใช่ไหมล่ะ ดังนั้นอย่ารู้สึกแย่กับมันแล้วก็ปล่อยมันไป
A. (คาเมนาชิ) มันไม่เป็นไรหรอก ก็แค่บุคลิกส่วนตัวของคุณเท่านั้นเอง ผมเป็นคนประเภทนั้นเหมือนกัน ถึงแม้จะไม่มีเงินก็เถอะ แต่ถ้าหากว่าคุณเสียใจ หรือว่าหวังจะได้อะไรตอบแทนล่ะก็ คุณก็ควรจะหยุดพฤติกรรมนี้ซะ คุณควรจะเลี้ยงคนอื่นเพราะคุณต้องการจะทำมันเท่านั้น
A. (อุเอดะ) ผมเองก็เป็นคนประเภทที่จบลงด้วยการจ่ายให้คนอื่นมาหลายครั้งแล้ว การหารกันก็ออกจะน่ารำคาญบ้าง แต่การรอคอยให้บรรยากาศพาไปถึงจุดนั้นมันเวิร์คมาก มันขึ้นอยู่กับว่าใครที่ผมไปด้วยเหมือนกัน ถ้าเป็นเพื่อน ผมจ่ายให้แน่ๆ แต่ถ้าไปกับนากามารุล่ะก็ เราหารกัน (หัวเราะ) ผมจะไม่เลี้ยงคนที่อายุมากกว่าผม เพราะฉะนั้น บางทีคุณควรจะไปกินกับคนที่อายุมากกว่าคุณนะ!
Credit :
- English Translation by bonjovial.livejournal.com
- Thai Translation by narujung exteen blog
edit @ 8 May 2008 13:19:08 by narujung