[translation] KAT-TUN in June 2008 Myojo
ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาเรื่องใดก็ตาม ให้พวกเราช่วยจัดการเอง! พวกเราจริงใจและจริงจังที่จะจัดการกับความกังวลต่างๆ ที่ท่านผู้อ่านได้ส่งถึงเรา ในคอลัมภ์ที่อบอุ่นนี้ จะช่วยให้ทุกๆ คนได้พบกับความสุขได้อย่างแน่นอนที่สุด เพราะฉะนั้น ต้องอ่านให้ได้นะ!
KAT-TUN (เมียวโจ มิถุนายน 2008)เราจะจัดการกับปัญหายากๆ ของคุณเองศูนย์ให้คำปรึกษาแก่เหล่าเด็กหนุ่มสาวที่อยู่ในวัยกำลังผลิบาน
เซคชั่นเกี่ยวกับความผิดพลาดของคุณ
Q. ฉันมีปัญหาเกี่ยวกับการกลัวเวทีขั้นรุนแรง ได้แต่พยายามเขียนคันจิสำหรับทุกๆ คน ในมือของฉัน และทำเป็นดื่มมันเข้าไป (เป็นความเชื่อของคนญี่ปุ่น เรื่องเล่าของบรรดาแม่บ้านเกี่ยวกับการเกิดอาการกลัวเวที ที่แกล้งทำเป็นดื่มคนทุกคนในมือของตัวเอง) หรือทำเป็นคิดว่าผู้ชมทุกคนเป็นหัวฟักทองหรือพริกไทย หรืออะไรซักอย่าง แต่มันก็ไม่ได้ผลเอาเสียเลย ฉันควรจะแก้ไขอย่างไรดี
A. (ทากุจิ) – ผมไม่รู้หรอก เพราะผมไม่เคยเกิดอาการกลัวการอยู่ต่อหน้าผู้คนมาก่อน ดังนั้นผมถึงไม่เข้าใจความรู้สึกจริงๆ ของคนที่กลัวเวที การเขียนอะไรแบบนั้นบนมือของคุณมันช่วยได้จริงๆ เหรอ ? ผมคิดว่าที่ผมไม่รู้สึกประหม่าหรือตื่นเต้นเป็นเพราะก่อนการแสดงจริง ผมจะไม่จินตนาการว่าตัวเองจะล้มเหลวเด็ดขาด แต่ก็ นะ ถึงผมจะไม่จินตนาการอะไรแย่ๆ แต่พอเอาเข้าจริงมันก็หยุดเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่ได้ (หัวเราะ) อันที่จริง ผมว่ามันเป็นเรื่องของพฤติกรรมมากกว่า หากคุณหาโอกาสออกไปเจอคนเยอะๆ อาการกลัวเวทีของคุณก็น่าจะดีขึ้นนะ
A. (คาเมนาชิ) - ผมเป็นคนที่ประหม่ามากๆ เวลาที่อยู่ต่อหน้าผู้ชม ถ้าหากผมขึ้นไปอยู่บนเวทีแล้วจริงๆ ล่ะก็ ผมไม่เป็นอะไรหรอก แต่การรอคอยเวลาก่อนขึ้นเวทีนี่สิ มันเครียดสุดๆ ไปเลย เวลาที่ผมมีเวลาที่จะคิดอะไรมากๆ พอจะคาดเดาตัวเอง ผมมักจะลืมเนื้อร้อง ดังนั้น จริงๆ แล้ว จะดีที่สุดหากผมไม่รีบร้อนและไม่มีเวลาคิดอะไรเลย (หัวเราะ) ผมจะประมาณว่า “ได้โปรดอย่าให้เวลาผมแม้เพียงซักวินาทีเดียวเพื่อจะหายใจเชียวนะ!” เมื่อวานนี้เป็นวันสุดท้ายของการแสดง ตอนแรก ระหว่างที่รอวีทีอาร์เพื่อจะขึ้นแสดง วินาทีที่มีคนพูดว่า “โอเค คาเมนาชิซัง สวม sanbonjime (เสื้อผ้าของญี่ปุ่นอย่างหนึ่ง) ได้เลย” ผมก็เริ่มรนแล้วก็ถามว่า “อะไร มันคืออะไรเหรอ ?” ซึ่ง มันไม่เท่ห์เอาเสียเลย (หัวเราะ) ดังนั้น อย่าพยายามจะผ่อนคลายตัวเอง แต่ให้พยายามทำให้ตัวเองตื่นเต้นเข้าไว้ แล้วก็ลุยไปเลย!
A. (ทานากะ) – ผมไม่คิดว่าคุณจะต้องแก้ไขตัวเองอะไรขนาดนั้น มันเป็นการดีหากยังมีระดับของความตื่นเต้นอยู่บ้าง และถ้าคุณยังไม่สามารถดึงศักยภาพของตัวเองออกมาภายใต้ความกดดันได้ล่ะก็ นั่นก็คือระดับของความแข็งแกร่งของคุณเอง สำหรับผม ตอนนี้ผมอยู่ในระดับที่ไม่ตื่นเต้นอะไรอีกแล้ว แต่ว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้ล่ะก็ เวลาก่อนที่จะออกมาบนเวที ผมก็มักจะใช้มุขดื่มคนนี่เหมือนกัน แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นมาเลย ถ้าหากมีทางที่จะทำให้ไม่ตื่นเต้นได้ล่ะก็ ผมเองนี่แหละที่เป็นคนต้องการคำแนะนำนั่นที่สุด
Q. ฉันมีนิสัยเสียเกี่ยวกับการหัวเราะในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม ยิ่งอยู่ในสถานการณ์ที่เครียดหรือเศร้าโศก อย่างอยู่ในระหว่างงานศพ หรืองานจบการศึกษา แม้ว่าทุกๆ คนต่างก็ร้องไห้กัน แต่ไม่รู้ทำไมมันกลับกลายเป็นเรื่องตลกสำหรับฉัน ฉันต้องพบกับช่วงเวลาแย่ๆ เพื่อกลั้นหัวเราะอย่างยากลำบาก นี่ฉันจะทำอย่างไรดี
A. (ทากุชิ) นั่นมันไม่ดีเลยนะ! ที่จริงแล้ว ระหว่างงานศพของคุณปู่ผมเอง บทสวดที่พระสวดก็ตลกอยู่เหมือนกันนะ ผมเกือบจะหัวเราะแน่ะ แต่พอผมเห็นพี่ชายของผมที่นั่งข้างๆ กำลังร้องไห้อยู่ ไม่ว่าสถานการณ์จะพิลึกยังไง คุณก็ไม่ควรหัวเราะ มันสำคัญมากที่จะต้องพิจารณาถึงเวลาและสถานที่นั้นๆ เมื่อคุณกลายเป็นผู้ใหญ่ มันจะมีผลกระทบกับคุณ ซึ่ง.. มันจะแย่มากๆ จริงๆ
A. (นากามารุ) ผมไม่เคยเจอคนที่เป็นแบบนี้มาก่อนเลย แต่นั่นเป็นนิสัยที่คุณต้องพยายามจะแก้ไข คิดอย่างธรรมดานะ หัวเราะในเรื่องที่เศร้าน่ะ มันยากจะเข้าใจมากเลย ผมคิดว่าคุณควรจะคิดถึงเสียงของเหตุและผลในตัวของคุณให้มากๆ โอเค๊ ?
A. (คาเมนาชิ) นี่เป็นเรื่องที่คุณควรพยายามแก้ไข ถึงแม้คุณจะไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดี ผมคิดว่าต้องมีหลายคนเลยที่จะรู้สึกเหมือนกับถูกดูหมิ่น มันไม่สนุกเลยที่จะทำให้บรรยากาศมันแย่ลง หรือกลายเป็นว่าทำให้คนอื่นมาเกลียดเรา ดังนั้น แก้ไขมันซะ ถ้ามันเป็นนิสัย เราก็ควรจะควบคุมมันให้ได้
Credit :
- English Translation by bonjovial.livejournal.com
- Thai Translation by narujung exteen blog
edit @ 8 May 2008 13:20:49 by narujung