มาเริ่มที่เรื่องย่อเลยนะคะ
เรื่องย่อของ Love Shuffle เป็นเรื่องของชาย 3 หญิง 1 ซึ่งอาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนท์สุดหรูแห่งเดียวกันที่มาพบกันโดยบังเอิญจากเหตุการณ์ลิฟท์ค้าง และทั้งสี่ก็ได้รู้ว่านอกจากพวกเขาจะอยู่อพาร์ทเมนท์เดียวกันแล้ว ยังดันมาอยู่ชั้นเดียวกันอีก ประมาณว่า โอ้วว อะไรจะบังเอิ๊ญญญ บังเอิญ ขนาดนั้น และด้วยความบังเอิญนี้ ในขณะที่รอลิฟท์ให้ใช้การได้อีกครั้ง ทั้งสี่คนก็คุยกันเกี่ยวกับเรื่องของความรัก ถกเถียงกันเกี่ยวกับพรหมลิขิต และตั้งคำถามเกี่ยวกับความเชื่อที่ว่า คู่แท้ของมนุษย์เราทุกคนจะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นจริงหรือไม่ จากข้อถกเถียงและคำถามเหล่านี้ จึงนำมาสู่เกมที่มีชื่อว่า Love Shuffle เกมส์สลับคู่สร้างรัก...
เรื่องนี้ ประกอบด้วยตัวละครทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็น ชาย 4 คน และหญิง 4 คน ที่มาเข้าร่วมเล่นเกมส์ Love Shuffle นี้ แม้ว่าในตอนแรกจะเริ่มจากคน 4 คน ในอพาร์ทเมนต์เดียวกัน คือ อุซามิ เคย์ (ทามากิ ฮิโรชิ) / ไอรุ (คารินะ) / โอจิโร่ (โชตะ) และ คุณหมอคิคุตะ มาซาโตะ (ทานิฮาระ โชสึเกะ) แต่เกมส์ก็สามารถเริ่มต้นได้โดยทั้งสี่คน ต่างก็หาคู่ของตัวเองมาจับคู่เล่นกัน เริ่มจาก
อุซามิ เคย์ นำอดีตคู่หมั้น คากาวะ เมอิ (ขอใช้ว่าเมอินะคะ แม้จะออกเสียงว่า เมย์ ก็ตาม เพราะว่าเวลาอ่านว่า เมย์ ทีไร มันกระดากๆ เพราะชื่อเดียวกันทุกที ฮ่าฮ่า) ผู้หญิงที่เพิ่งจะขอถอนหมั้นเขาอย่างไม่มีสาเหตุ มาร่วมเล่นเกมส์ โดยไม่เต็มใจนัก
ไอรุ สาวสวยหนึ่งเดียวของอพาร์ทเมนท์แห่งนี้ นำ โออิชิ ยูกิชิ หนุ่มหล่อแอบเอ๋อที่เคยคบกันมาช่วงหนึ่งมาเล่นเกมส์ด้วย แต่ยูกิชิก็ยังชอบไอรุอยู่ ทั้งนี้ ยูกิชิเป็นคนที่มีสมองปราดเปรื่องประเภทไอคิวสูง แต่ไม่เก่งด้านการสร้างสัมพันธภาพ และยังมีปมด้อยเกี่ยวกับตอนเด็กๆ ที่เขามักจะถูกกลั่นแกล้งเป็นประจำด้วย
โอจิโร่ หนุ่มหล่อช่างภาพมือทอง ควงคู่มากับ เรย์โกะ สาวที่แม้จะไม่ใช่สาวน้อยแล้ว แต่ก็ยังสวยสด แต่งงานแล้วและถือคติว่า ความรักและเซ็กซ์คือคนละเรื่อง ดังนั้น แม้เธอจะมีเซ็กซ์กับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่สามีก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะความรักเธอมีให้สามีเท่านั้น
คุณหมอคิคุตะ หรือที่ทุกคนเรียกว่า คิคุริน พาเด็กสาวชื่อ ไคริ มาร่วมวงด้วย ไคริเป็นคนไข้ของหมอคิคุริน (คิคุรินเป็นจิตแพทย์ค่ะ) ที่พยายามจะฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้ง แม้ว่าจะมีพรสวรรค์ด้านการวาดรูป แต่ดูเหมือนว่าเธอจะมีความเชื่อว่าเธอสามารถมองเห็น ทานาทอส เทพเจ้าแห่งความตาย ซึ่งคุณหมอเองพยายามยับยั้งการฆ่าตัวตายของเธอโดยขอให้เธอสัญญาว่าจะไม่ฆ่าตัวตายจนกว่าจะอายุ 20 ปี รวมทั้งดึงให้เธอมาร่วมเล่นเกมส์ Love Shuffle นี้ ด้วยความเชื่อว่าหลังจากเล่นเกมส์นี้แล้ว เธอจะอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป
จากนั้น ทั้ง 8 คน ก็เริ่มเล่นเกมส์นี้โดยมีกติกาว่าจะเปลี่ยนคู่ทุก 1 สัปดาห์ ค่ะ วิธีเล่นก็เอาไพ่มาจับฉลากเลือกคู่ เสร็จแล้วก็เวียนคู่กันไปเรื่อยๆ ทุกสัปดาห์
ต่อไปเป็นข้อคิดเห็นส่วนตัวของเรากับเรื่องนี้ค่ะ (สปอยนะคะ)
โดยส่วนตัวแล้ว เรามีทั้งจุดที่ชอบ แล้วก็ไม่ชอบนะคะ สำหรับเรื่องนี้ เอาเป็นว่าเราเริ่มในจุดที่เราชอบก่อนแล้วกัน
1. ชอบความเป็น อุซามิ เคย์ ค่ะ เราดูตัวละครตัวนี้แล้ว บอกตรงๆ ว่าคิดถึงตัวเองนะ เพราะ อุซาตัง (ชื่อเล่นในละคร) เป็นคนแบบธรรมดามากๆ คือ เขาเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานไปวันๆ และไม่รู้ว่าที่จริงแล้วเขาอยากจะทำอะไรกันแน่ หรืออะไรที่เหมาะกับตัวเอง กับงานที่ทำในปัจจุบัน ก็เป็นงานของบริษัทคู่หมั้น ประมาณว่า ถ้าไม่ใช่เพราะ เมอิ เขาก็คงไม่ได้งานที่ดีแบบนี้ ความคิดแบบนี้นี่เองที่กดความสามารถที่แท้จริงของเขาไว้ไม่ให้ฉายแสงออกมา และเขาเองก็ไม่สามารถใช้ศักยภาพที่แท้จริงของเขาได้ เพราะเขาเองก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาเหมาะกับอะไร
การเล่นเกมส์ Love Shuffle ของอุซาตังในช่วงเริ่มแรกเพราะเขาต้องการได้เมอิคืนกลับมา เขาไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ ถึงถูกถอนหมั้น แต่เขาคิดว่าทุกอย่างเป็นความผิดของเขา และเขาต้องการเมอิคืนมา แต่การเล่นเกมส์นี้ ก็ทำให้เขาเริ่มเข้าใจตัวเองมากขึ้นผ่านประสบการณ์ชีวิต ประสบการณ์ความรักของคู่อื่น จนสุดท้ายเขาถึงสามารถค้นพบได้ว่า อะไรที่เขาอยากทำ และเขาเหมาะกับอะไร
2. ชอบการเล่น Love Shuffle ในเรื่อง ขอย้ำ ว่าในเรื่องนะคะ เพราะเราไม่มีทางรู้หรอกว่าในชีวิตจริงๆ ของเรา หากเราดันไปเล่นเกมส์นี้จริงๆ ผลลัพธ์มันจะออกมีดี และมีบทเรียนต่างๆ ให้กับชีวิตมากมายอย่างในเรื่องหรือเปล่า
เราคิดว่าเกมส์ Love Shuffle ในเรื่องเหมือนกับการหากระจกอีกบานมาส่องดูตัวเองค่ะ อย่างที่ตอนเริ่มเริ่มเค้าว่าเอาไว้ ว่าเชื่อจริงๆ หรือว่าคู่แท้ของเราจะต้องมีเพียงหนึ่งเท่านั้นในชีวิตนี้ ช่วงเริ่มแรก คนไร้เดียงสาอย่าง อุซามิ เคย์ ที่คิดว่า ยังไงๆ ก็ต้อง เมอิ เท่านั้น ก็เชื่อหัวปักหัวปำเลย ว่าเมอิเป็นคู่แท้ของเขา แต่เมื่อเกมส์เริ่มต้น เขาไปจับคู่กับผู้หญิงคนอื่นๆ ในขณะเดียวกับ เมอิ ก็ต้องไปจับคู่กับผู้ชายคนอื่นๆ ด้วย ผิดกันที่ เคย์ จับคู่กับคนอื่นแต่ปิดใจตัวเอง คือยึดติดกับเมอิ แต่เมอิไม่ได้ยึดติดกับเคย์ และต้องการจะค้นหาตัวเองว่าเธอสามารถรัก หรือ ชอบ คนอื่นนอกจากเคย์ได้หรือเปล่า จนสุดท้าย แม้เคย์จะพยายามปิดหูปิดใจตัวเอง แต่เขาก็ต้องยอมรับในท้ายที่สุดว่าเขาเริ่มไม่มั่นใจว่าในใจของเขานั้นมีเพียงเมอิคนเดียวจริงหรือเปล่า ส่วนเมอิก็พบว่า เธอสามารถที่จะรักคนอื่นที่ไม่ใช่เคย์ได้เหมือนกัน
หรืออย่างคู่ของ โอจิโร่ กับ ไคริ เหมือนกัน โดยส่วนตัวแล้วเราชอบคู่นี้มากที่สุดเลยนะ น่ารักได้อีก คือ เราคิดว่าตอนเริ่มเกมส์ โอจิโร่ไม่ได้คิดหรอกว่าเขาจะต้องมาตกหลุมรักเด็กผู้หญิงที่อยากจะฆ่าตัวตายอย่างไคริ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาเป็นผู้ชายแบบเพลย์บอยทั่วไปที่มีอะไรกับผู้หญิงไปทั่วอยู่แล้ว เรื่องความรักนี่น่าจะเป็นอะไรที่ตลกสำหรับเขาด้วยซ้ำ แต่ในที่สุด ไคริก็ทำให้เขารู้ว่าเขาสามารถมีความรักได้ สามารถทุกข์กับความรักได้ และที่สำคัญคือทำให้เขากล้าที่จะทำในสิ่งที่เขาใฝ่ฝันเอาไว้ แหม ก็ในเมื่อคุณผู้หญิงเขายังเป็นคนประเภทพูดจริงทำจริง คำไหนคำนั้น ท้าให้โดดน้ำตาย เธอก็ดันทำจริงอีกแน่ะ เรียกว่าเป็นคนประเภทที่ไม่กลัวความตายเอาเสียเลย แบบนี้ ถ้าคุณผู้ชายยังรักตัวกลัวตาย ไม่ยอมลุยกับความฝันของตัวเองที่อยากจะถ่ายรูปความเป็นจริงและความโหดร้ายของสังคมเพราะกลัวตาย แบบนี้มันก็ดูขี้ขลาดเกินไปหน่อยนะ
ส่วนไคริเอง บอกตรงๆ ว่าเราก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่าไคริรักโอจิโร่ได้ยังไง ฮา~ อาจเป็นเพราะ หน้าตา หรือเพราะเขาท้าทายกับความเชื่อของเธอก็ได้มั้ง แถมเขายังอ่อนโยนกับเธออีก ไคริเองก็เป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่งที่อยากลองมีความรักก่อนที่จะตาย แต่พอได้รักขึ้นมาจริงๆ แล้ว กลับทำให้ความคิดที่อยากจะตายดูจะไกลออกไป มีคำถามที่เธอชอบถามว่า ‘แล้วทำไมคุณถึงอยากมีชีวิตอยู่’ เราคิดว่าคำตอบที่ไคริค้นพบอาจจะเป็น... อยากจะมีชีวิตอยู่เพื่อใครสักคน หรือ อยากจะมีชีวิตอยู่เพื่อได้รับความรักจากใครสักคน ก็ได้
3. ทฤษฏีว่าด้วยเรื่อง การฆ่าตัวตายเพื่อสื่อความหมายของการมีชีวิต ในช่วงที่ไคริหายไป และโอจิโร่คิดว่าไคริตายไปแล้ว อุซาตังเสนอทฤษฏีนี้ขึ้นมาว่า บางที มนุษย์เราก็อาจจะต้องการช่วงเวลาที่เหมือนกับการตายไปแล้วช่วงหนึ่งก็ได้ เพื่อที่จะได้ค้นหาว่า มีใครบ้างหรือเปล่าที่รู้สึกว่าส่วนหนึ่งของชีวิตขาดหายไปเพราะการตายของเรา วูบหนึ่ง เราคิดถึงพ่อกับแม่ขึ้นมาค่ะ แต่กับเรื่อง LS นี่ เค้าคงไม่ได้สื่อความหมายถึงพ่อแม่ญาติพี่น้อง แต่คงให้ความหมายถึงคนรอบข้าง เพื่อน คนรัก อะไรแนวๆ นี้มากกว่า
เราไม่ได้คิดถึงการฆ่าตัวตายหรือต้องแกล้งฆ่าตัวตายอะไร แต่แค่คิดถึงตัวเองค่ะ ว่าตั้งแต่เกิดมาจนถึงปัจจุบันนี้ เราทำอะไรที่มีคุณค่าบ้างหรือเปล่า เราเป็นที่รักของใครสักคนบ้างหรือเปล่า หากเราตายไป นอกจากพ่อแม่พี่น้องแล้ว จะมีใครร้องไห้เสียใจให้เราบ้าง เรามีความหมายในแง่มุมไหนกับคนอื่นๆ
เราคิดว่าสังคมไทยในปัจจุบันนี้เราเป็นสังคมประเภท ต่างคนต่างอยู่ ในที่ทำงาน เราคุยกับคนอื่นในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวแบบผิวเผิน ยิ่งถ้ามีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง คนเราก็ยินดีที่จะใส่หน้ากากเข้าหากัน แต่เบื้องหลังอาจจะกำลังเลื่อยขาเก้าอี้กันอยู่ก็ได้ ในขณะเดียวกัน คนไทย (คนกรุง) มีแนวโน้มที่จะไม่อยากยุ่งเรื่องที่ทำให้เรายุ่งยาก คนไทยชอบซุบซิบ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว หากต้องทำอะไรเพื่อองค์กรส่วนรวมแต่อาจมีผลกระทบต่อหน้าที่การงาน เราก็เลือกที่จะเงียบไว้ สุดท้าย นำมาซึ่งการเมืองที่แทรกแซงในองค์กรรัฐ การทุจริตคอรับชั่น ต่างๆ
อืมม เราไม่ได้หมายความซีเรียสอะไรนักนะ ไม่ได้หมายถึงเราต้องทำอะไรที่ยิ่งใหญ่อะไรขนาดนั้น เพียงแต่ว่า เราหมายถึงถ้าเราต้องมีชีวิตตามกระแสลมกระแสน้ำกระแสสังคมขนาดนั้น แล้วเราจะมีชีวิตไปทำไม ??? มีไปเพื่ออะไร และเพื่อใคร หรืออย่างคำถามยอดฮิตที่ญี่ปุ่น ว่าอะไรเป็นเหตุผลให้เราต้องเกิดมา เราน่าจะเกิดมาเพื่อทำอะไรที่มีความหมายสักอย่างหรือเปล่า เราน่าจะเกิดมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่มีความหมายสักอย่างหรือเปล่า ทั้งนี้ เราไม่ได้หมายความถึงอะไรที่เห็นแก่ตัว แค่หมายความว่า บางทีที่เราทำอะไรที่ขัดแย้งกับมโนสำนึก เราน่าจะลองกลับมาคิดอีกทีไหม ว่าเราน่าจะทำอะไรที่ตรงกับมโนสำนึกของตัวเอง
ไปไกลเชียว ประเด็นนี้ พอดีกว่า ฮ่าฮ่า
ต่อไปเป็นประเด็นที่ไม่ชอบบ้าง มีประเด็นเดียวเลยค่ะ งานนี้ คือ ประเด็นคู่ของ อุซาตัง – ไอรุ และคู่ของ ยูกิชิ – เมอิ ค่ะ
ไม่ใช่อะไร เราแค่รู้สึกงงๆ กับความสายฟ้าแล่บของคู่ อุซาตัง – เมอิ เฉยๆ คือ เราคิดว่าเราอยากจะเห็นเรื่องราวที่ตรงไปตรงมากับความรู้สึกมากกว่านี้อ่ะค่ะ ถ้าให้เราตีความเอาเอง เราคิดว่า อุซาตังน่าจะพอรู้ตัวแล้วล่ะ ว่าที่จริงแล้วเขาก็มี ไอรุ อีกคนในหัวใจ ส่วนเมอิ เนี่ย เราคิดว่าแฟร์พอค่ะ คือเธอก็ยอมรับแล้วว่าให้ความสนใจกับ ยูกิชิ เหมือนกัน แต่อุซาตังเนี่ย ยังไงล่ะ เราอดไม่ได้ที่จะคิดว่าเขาเอาเรื่องงานมาเป็นข้ออ้างหรือเปล่าหว่า หรือว่าเขาคิดว่าเขายังอยากจะแต่งงานอยู่ แต่เพราะเขาอยากลงเลือกตั้งเป็นนักการเมือง ก็เลยอยากเลื่อนไปก่อน
แต่ลึกๆ แล้ว ยังไงเราก็เชื่อว่าอุซาตังเธอลังเลกับการแต่งงานเพราะไอรุมากกว่า ถ้าเป็นแบบนี้แล้วก็น่าจะบอกไปเลยตรงๆ สิ ว่าเขาชอบไอรุน่ะ โอเค เรื่องงานก็เรื่องนึง แต่ปกติแล้วละครญี่ปุ่นเค้ามักจะซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองนี่นา แล้วสรุปว่าที่จริงแล้วอุซาตังชอบใครกันแน่ หรือชอบทั้งสองคน เลยสละเมอิให้ยูกิชิเพราะเห็นว่าเมอิเองก็มีใจให้ยูกิชิเรอะ ??? คือพอดูถึงตอนจบนี่ถึงกับช็อคไปเลยล่ะค่ะ เหอเหอ
แต่สรุปแล้ว เรื่องดีๆ ของเรื่องนี้มีเยอะค่ะ ถ้าดูแล้วไม่คิดอะไรมากก็ขำๆ ค่ะ มีซีนตลกๆ เยอะเลย แล้วก็นักแสดงโปรได้อีกค่ะ แนะนำให้ดูก่อนทำการโหวดนะค้า~