2008/May/21

 

 

 

เครื่อง PDA ของดงฮยอก : โปรเจคถูกเปิดอีกครั้ง

             

ขณะที่ลีโอกับผมกำลังคุยกันเกี่ยวกับเรื่องจะรับมือกับเอริคอย่างไร คนขับรถก็กล่าวขึ้นว่า ท่านครับ มีผู้หญิงกำลังโบกมืออยู่กลางถนนเพื่อขอติดรถไปด้วย ท่านจะให้ผมหยุดรถไหมครับ?”                       

ไม่  ผมตอบ ไม่ใช่ธุระอะไรของผม                       

เธอเป็นสาวสวยหรือเปล่า  ลีโอตาเป็นประกายเมื่อนึกถึงการมีผู้หญิงเป็นเพื่อนร่วมทางไปยังแอลเอ                          

ผมคิดว่าเป็นเช่นนั้น  คนขับรถตอบ                       

งั้นทำไมไม่หยุดรถเล่า หยุดสิ หยุด!”  ลีโอรีบสั่งในทันทีทันใด           

ความจริง รถของเราได้เลยไปแล้ว ดังนั้นจึงต้องถอยหลังกลับไปนิดหนึ่ง                        

คุณกำลังจะไปไหนครับ  ลีโอยื่นหัวออกไปจากรถ                       

แอลเอค่ะ  เสียงหนึ่งดังขึ้น... เสียงที่คุ้นเคย           

ลีโอเปิดประตู และใครบางคนก้าวขึ้นมา           

ผ่านแว่นกันแดดของผม ผมมองเห็นคุณ... พร้อมกับกระเป๋าเดินทางและกระโปรงที่ยับย่น ทำไมถึงเป็นคุณอีกแล้ว  ผมละปากกาจากเครื่อง PDA            

ครั้งแรกเป็นที่ร้านอาหารกุหลาบ 300 ดอก  ครั้งที่สอง ในลิฟท์ และคราวนี้... กลางทะเลทราย   คุณมาทำอะไรที่นี่                       

ขอบคุณมากเลยนะคะ ที่จริง..ฉันมากับเพื่อนค่ะ แต่เขาทิ้งฉัน  คุณอธิบาย                         

คุณหมายถึง เพื่อนของคุณทิ้งคุณไว้ที่กลางทะเลทรายแบบนี้น่ะหรือครับ ลีโอถาม.. และผมเองก็อยากถามด้วย                         

เอ่อ.. เขา.. บางที เขาอาจจะงานยุ่งน่ะค่ะ งานยุ่ง??? นี่เป็นเหตุผลหรือ?? มันเป็นเหตุผลประเภทไหนกัน?                          

จริงน่ะหรือ? งานยุ่งแค่ไหนกันเชียว เขาถึงทิ้งสาวน้อยแสนสวยไว้ในที่ที่ไม่มีอะไรเลยแบบนี้  ลีโอพูดอีกครั้ง อย่างที่เขาพูดเสมอ แต่ไม่รู้ยังไง คราวนี้ มันทำให้ผมรำคาญ                       

หยุดพูดเถอะน่า  ผมสั่ง มาพูดเรื่องเอริคดีกว่า           

แม้ว่าพวกเราจะเริ่มสนทนาถึงเอริค แต่ความคิดของผมกลับล่องลอยไปที่อื่น... เป็นคุณอีกได้อย่างไร นี่มันกลางทะเลทรายนะ คุณอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ผมเจอคุณที่นี่อีกได้อย่างไร ทำไมทุกที่ที่เราพบกันจึงเป็นสถานที่ซึ่งแปลกประหลาด ทั้งหมดนี่มันมีความหมายอะไรหรือ           

ลีโอพูดกรณีของเอริคเป็นภาษาอังกฤษไปเรื่อยๆ และทันใดนั้น เขาก็เปลี่ยนเป็นภาษาเกาหลี                       

คุณพระช่วย! คุณสองคนเป็นคนเกาหลี!”  คุณอุทาน                       

ไม่ใช่!”  ผมและลีโอพูดพร้อมกัน ผมไม่ใช่คนเกาหลี ผมไม่ได้เป็นคนของที่นั่น           

ถึงตรงนี้ รถคันหนึ่งสวนไป และผมเห็นคุณมองตามรถคันนั้น ผมหันตามคุณ แต่ก็ไม่เห็นอะไรมาก อย่างไรก็ตาม ผมเห็นประกายความสุขบางอย่างบนใบหน้าของคุณ คงเป็นเพื่อนคุณกระมังที่กลับไปหาคุณ  แต่ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร เขาคงจะมีความสำคัญต่อคุณมาก           

ระหว่างทานอาหารเที่ยงที่แมนชัน คุณแนะนำตัวเองว่า  ฉันชื่อ จินยอง ค่ะ  โซ-จิน-ยอง .. “             

จินยอง.. เป็นชื่อที่มีเสียงน่าฟังมาก            

จากนั้น ผมถามคุณเรื่องทำไมคุณจึงอยู่ที่ทะเลทรายตามลำพัง อย่างที่ผมไม่เข้าใจเสียทีว่าทำไมผมถึงต้องรับคุณที่ทะเลทราย                       

ฉันทะเลาะกับเพื่อนรุนแรงน่ะค่ะ  มันเป็นข้อเสียของฉันเลย ถ้าหากว่าฉันเห็นบางสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ฉันจะไม่มองข้ามมันไป  ใช่.. ผมเห็นหลักฐานชัดเจนในฉากที่น่าประทับใจที่กุหลาบสามร้อยดอก  และเมื่อฉันโกรธขึ้นมา ฉันจะพูดทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในหัว ก่อนที่จะมานั่งเสียใจทีหลังในสิ่งที่พูดออกไป  โผงผาง ตรงไปตรงมา.. ผมรู้เรื่องเหล่านั้นแล้วด้วยตัวของตัวเอง            

อย่างไรก็ตาม ทำไมคุณถึงพูดทุกสิ่งทุกอย่างกับผมแบบนี้ ผมเพิ่งจะรู้จักคุณแค่ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำไมคุณถึงกล้าเล่านิสัยที่แย่ๆเหล่านั้นออกมา ผมต้องยอมรับว่า ผมรู้สึกประหลาดใจ และคุณทำให้ผมสงสัยเกี่ยวกับคุณมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นผมจึงถามว่า  คุณทำอะไรที่เกาหลี                       

ฉันทำงานที่โรงแรมค่ะ  ผมล่าโรงแรมเพื่อการดำรงชีวิต ขณะที่คุณทำงานในโรงแรม.. น่าสนใจ..                       

โรงแรมโซล โรงแรมที่ดังมากๆในเกาหลีไงคะ   นั่นใช่โรงแรมโซลที่ลีโอเคยตื๊อผมหรือเปล่านะ           

เพียงเพราะผมอยากจะยืนยันว่าเรากำลังพูดถึงสถานที่เดียวกัน ผมจึงกล่าวว่า ผมได้ยินว่าธุรกิจของโรงแรมโซลไม่ค่อยดีนัก                       

ใช่ค่ะ แต่มันจะต้องดีขึ้นในไม่ช้า   และแล้ว.. คุณก็ยิ้มให้ผม  เป็นครั้งแรกที่คุณยิ้มให้กับผม และมันทำให้ผมรู้สึก.. สบายใจ  คล้ายกับไม่มีอะไรต้องกังวล            

จากนั้น คุณก็จัดการพันผ้าพันคอใหม่.. ผ้าพันคอที่ผมให้คุณ... รูมเซอร์วิสจากผม ผมไม่ได้เอ่ยถึงมันจนกระทั่งตอนนี้           

ผ้าพันคอเรียบๆดูดีมากเมื่อคุณพันมันรอบลำคอคุณ สวยกว่าที่ผมจินตนาการเอาไว้ การได้รู้ว่าผมเลือกผ้าพันคอที่เหมาะสมกับคุณ ทำให้ผมยินดีกับตัวเองและลืมที่จะละสายตาออกจากคุณ อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่ามันจะทำให้คุณเขิน ดังนั้นผมจึงมองไปทางอื่น และทำเป็นจิบไวน์ ก่อนจะเอ่ยขึ้นลอยๆว่า  คุณชอบรูมเซอร์วิสจากผมหรือเปล่า”                          

คะ? รูมเซอร์วิส... งั้น.. นี่.. คุณคือแฟรงค์??”  คุณดูตกใจมาก           

ใช่แล้ว ผมคือแฟรงค์... แฟรงค์  ชิน.... ชินดงฮยอก คนที่ส่งรูมเซอร์วิสไปให้คุณ           

ช่วงเวลาอาหารเที่ยงที่เหลือช่างเป็นช่วงเวลาที่แสนดี และหลังจากอาหารเที่ยง ผมเสนอตัวพาคุณไปเดินดูรอบๆสถานที่  คุณดูสบายๆ ยิ้มง่าย และผมชอบฟังเวลาที่คุณพูด ผมถามคุณเกี่ยวกับครอบครัวของคุณ และคุณเล่าให้ผมฟังเรื่องพี่สาวที่อายุมากกว่าคุณสี่ปีซึ่งแต่งงานแล้ว และมีลูกสาวอายุสามขวบ รวมถึงเรื่องที่คุณมีความสุขแค่ไหนกับการถูกเรียกว่า คุณป้า              

พอผมถามคุณเรื่องงาน คุณก็จะเล่าถึงช่วงเวลาที่ตึงเครียดเมื่อมีแขกจำนวนมากรออยู่หน้าห้องจัดงานเลี้ยง โดยที่ในงานเลี้ยงนั้นไม่มีอาหารใดๆอยู่เลย อย่างไรก็ตาม เมื่อผมถามเรื่องที่ทำไมคุณจึงมาที่อเมริกา รอยยิ้มของคุณเลือนไปจากใบหน้าและพูดเพียงว่า ฉัน.. มาตามหาเพื่อนค่ะ  และคุณก็เงียบไป ผมจึงเปลี่ยนเรื่องคุยเสีย           

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และถึงเวลาที่คุณต้องไป ผมยังมีคำถามมากมายที่อยากจะถามคุณ           

หลังจากที่ผมส่งคุณที่โรงแรม ผมกลับแมนชันเพียงลำพัง           

ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ยังไม่กระจ่างชัดนัก ผมปรารถนาที่จะได้รู้จักคุณมากขึ้น และอยากจะค้นหาเรื่องราวที่เกี่ยวกับคุณ ผมควรจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้รับคำตอบ? ผมยืนที่ริมสระว่ายน้ำครู่หนึ่ง จมอยู่กับความคิด... สำหรับทางเลือก... เกาหลีไม่ใช่สถานที่ที่ผมต้องการจะไป แต่ถ้าหากมีบางสิ่งบางอย่างที่ผมต้องทำ ผมก็จะไป ผมตัดสินใจที่จะรับทำเคส M&A ของโรงแรมโซล

 

 

 

 

Credit :  

- English Translation : Hotelier 2002 

- Thai Translation : Narujung Exteen Blog

 

 

 

 

 

edit @ 21 May 2008 11:13:04 by narujung

2008/May/21

ความคิดของจินยอง :  ทะเลทรายในทะเลทราย!!                  

ฉันชอบรูมเซอร์วิส... ไม่สิ ฉันควรจะพูดว่า ฉันชอบความคิดของคนที่ส่งรูมเซอร์วิสนี้ให้กับฉัน แฟรงค์ไม่ใช่ผู้จัดการร้านอาหาร บางที แฟรงค์อาจเป็นคุณ.. เทจุน  คุณคงจะอยากชดเชยที่ทำให้ฉันโกรธ ก็ได้ ฉันจะปล่อยคุณไปในคราวนี้... ฉันยิ้มกับความคิดนี้  อย่างไรก็ตาม ฉันยังคงต้องการคำสารภาพว่าคุณคือ แฟรงค์           

อะไรนะ? คุณไม่ใช่แฟรงค์หรือ??            

ก่อนที่ฉันจะถามเรื่องนี้ เราก็ต้องทะเลาะกันอีกเรื่องที่คุณไม่ยอมกลับโรงแรมโซล           

คุณสัญญาแล้วนี่ว่าจะกลับโซล จะช่วยโรงแรมโซล คุณเป็นคนไร้สัจจะแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ อะไรจะเกิดขึ้นกับทุกคนในโรงแรมโซลถ้าคุณไม่กลับไป ทำไมคุณถึงทรยศต่อความคาดหวังของทุกคน            

คุณหยุดรถ... ฉันตะลึง            

ก็ได้! ฉันควรจะลงจากรถ คุณคิดว่าคุณเป็นใครกัน ฮานเทจุน? ทำไมฉันต้องอดทนกับคุณมากขนาดนี้ ฉันลงจากรถ และคุณโยนกระเป๋าของฉันลงมา ฉันนั่งบนกระเป๋าของฉัน ยังคงโกรธจัดจนพูดไม่ถูก           

ฉันโบกมือเมื่อเห็นรถลีมูซีนวิ่งมา ฉันขึ้นไปบนรถ... ฉันสะดุดตาดองฮยอกในครั้งแรก ท่าทางเหินห่างของเขาทำให้ฉันกลัวเล็กน้อย            

ฉันนึกถึงเทจุน.. ฉันเริ่มรู้สึกเสียใจที่ตะโกนใส่คุณ คุณน่าจะรู้ว่าฉันเป็นคนตรงแบบนี้ ทำไมคุณยังทิ้งฉันไว้ที่กลางทะเลทรายได้ลงคอ คุณจะเป็นห่วงบ้างไหมถ้าหากว่าฉัน หายไป            

ฉันเห็นรถของคุณสวนทางไปเพื่อไปหาฉันบนทางไฮเวย์            

หลังจากนั้น ฉันจึงได้รู้ว่าใครคือ.. แฟรงค์

 

 

 

 

 

Credit :  

- English Translation : Hotelier 2002 

- Thai Translation : Narujung Exteen Blog

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 21 May 2008 10:53:40 by narujung

2008/May/16

 

 

 ความคิดของเทจุน : ทะเลทรายในทะเลทราย!!      

                  

คุณคือแฟรงค์หรือเปล่า  คุณถามผมขณะที่กำลังขับผ่านทะเลทราย... แฟรงค์? ใครคือแฟรงค์?            

ก่อนที่คุณจะตอบ เจนนี่ก็กระโดดขึ้น  ไม่ใช่ เขาคือจุน... ลุง นี่เรากำลังจะกลับเกาหลีกันหรือ           

คุณตอบว่า ใช่  แต่ผมตอบ เปล่า            

ผมไม่มีทางเลือก ผมกำลังต้องการเงินเพื่อช่วยเจนนี่ ผมสัญญาว่าผมจะจ่ายเงินคืนสามพันดอลล่าร์ในหนึ่งเดือน ผมขอโทษที่ต้องโกหกคุณ แต่ผมก็มีเหตุผลของผม           

คุณเริ่มตะโกนใส่ผม ด่าว่าผมว่าเป็นคนขี้ขลาด            

ผมจากโรงแรมมาแล้วเป็นเวลาสามปี สูญเสียสายสัมพันธ์ทุกอย่างและตระหนักว่าผมคงไม่มีวาสนากับโรงแรมอีกต่อไป มันสามปีแล้วนะ ทำไมคุณยังคิดอยู่ได้ว่าผมจะช่วยโรงแรมได้ผมเป็นแค่ ฮานเทจุน และผมมีปัญหาส่วนตัวมากพอแล้วที่จะต้องจัดการ ทำไมคุณถึงเอาแต่บังคับให้ผมยอมรับว่าผมกำลังกลัว? มันทำให้คุณมีความสุขมากนักหรือไง?            

ส่วนปัญหาของคุณ จินยอง นั่นก็คือคุณรู้จักผมดีเกินไป รู้ดีเกินไปว่าจะทำยังไงให้ผมโกรธ คุณจะหยุดได้หรือยัง!                        

หยุดรถ! หยุดเดี๋ยวนี้นะ ฉันจะลง!”             

ได้ ถ้ามันเป็นสิ่งที่คุณต้องการ ลงไปเลย! กระเป๋าของคุณก็ด้วย มันควรจะอยู่กับคุณ ผมโยนมันลงไปจากรถ            

ผมเหยียบคันเร่ง จากไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้                       

พอได้แล้ว กลับรถนะ!” เจนนี่ร้อง หัวใจของผมเองกลับไปเรียบร้อยแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อผมกลับไปยังที่ผมทิ้งคุณไว้ คุณก็หายตัวไปแล้ว ผมวิ่งลงจากรถ ตะโกน จินยอง!  จินยอง!”  แต่ก็หาคุณไม่พบ           

ผมเสียใจในสิ่งที่ทำลงไป ผ่านไปเป็นปีๆ แต่คุณไม่ได้เปลี่ยนไปเลย คุณยังคงพูดทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในสมองของคุณโดยไม่คิดว่าผมจะรู้สึกอย่างไร ผมรู้ว่าคุณไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่คุณก็ยังรู้ว่าทำอย่างไรผมจึงจะเจ็บปวด           

ทีนี้... ผมควรจะตามหาคุณที่ไหน?  

 

 

 

Credit :  

- English Translation : Hotelier 2002 

- Thai Translation : Narujung Exteen Blog

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 16 May 2008 18:41:23 by narujung